การติดตั้ง Squid Proxy + Lightsquid Pfsense

Monday, November 15, 2010
pfSense Package Installation วันนี้จะพูดถึงวิธีการติดตั้งและใช้งาน Squid Proxy + Lightsquid ซึ่งทำหน้าที่เป็น Proxy Server และ Proxy Reports ตามลำดับ ไฟล์วีดีโอความยาว 18 นาที ตอนแรกตั้งใจจะไม่ให้ยาวขนาดนี้เพราะกลัวจะโหลดช้า พอดีจบไม่ลงจริง ๆ where ๆ is where ๆ (ฝรั่งงง)

หัวข้อการบรรยาย

การติดตั้ง Squid – Proxy Server
การติดตั้ง Lightsquid – Proxy Report
การยกเลิก Package
โหลดไฟล์คุณภาพสูง วีดีโอสอนการติดตั้ง Squid Proxy + Lightsquid Link-1

เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเก็บ Syslog ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์

1. ทำการติดตั้งโปรแกรม Syslog Server เช่น Kiwi Syslog Server หรือ Syslog Watcher เลือกที่เป็น Freeware
2. ทำการ Enable syslog’ing to remote syslog server โดยไปที่ Status > System logs > Settings ใส่หมายเลข IP Address ของเครื่อง Syslog Server ตามตัวอย่าง
Enable remote syslog server
Kiwi syslog
รูปภาพแสดง: Kiwi Syslog Server


การใช้งาน Transparent proxy เครื่อง Client จะต้องไม่ติดตั้ง Proxy อันนี้เข้าใจตรงกันนะครับ
อยากให้ทดลองใหม่ด้วยขั้นตอนง่ายๆ โดยใช้ pfSense 1.2.3 RC1
1. ติดตั้ง pfsenes และเชื่อมต่อ Internet ให้ได้เสียก่อน
2. ติดต้ง Squid Proxy โดยเลือกเงื่อนไขตามนี้
- Proxy interface : LAN
- Allow users on interface : Checked
- Transparent proxy : Checked
- Enable Logging : Checked
ส่วนอื่นๆ ปล่อยเป็นค่าเริ่มต้นทั้งหมด แล้วทำการ restart เครื่อง
จากนั้นทดลองเข้า Internet ครับ
3. ติดตั้ง Light Squid ตามวีดีโอสอน, ถ้าต้องการให้แสดงวันที่ล่าสุดให้ กด Refresh now / Refresh Full

K.Dangerman
pfSenes 2.0 ยังเป็น Alpha Alpha อยู่เลย ฉะนั้นยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง แต่เท่าที่ดู Feature แล้วนับว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากเลยทีเดียว คงต้องรออีกสักพักใหญ่ๆ ครับ
เท่าที่เคยติดตั้งให้ลูกค้า ผมทำแบบนี้ครับ
case study 1
- pfSense ตัวที่ 1 ทำหน้าที่เป็น Loadbalance Failover นิ่งดีมากๆ ดีกว่าอุปกรณ์ที่มีขายตามท้องตลาดเสียอีก
- pfSense ตัวที่ 2 ทำหน้าที่เป็น Proxy Server + User Authentication
case study 2
- pfSenes ทำหน้าที่เป็น Loadbalance Failover / Internet Gateway
- ใช้โปรแกรม Billing เช่น Plawan, iBSG etc. ทำหน้าที่จัดการเรื่อง User Authentication
*** pfSense ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น Firewall, NAT, VPN มากกว่าเรื่องของ User Authen ฉะนั้นควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานครับ






lbwithproxy.jpg


เสริมแกร่งให้ pfSense ด้วย snort – หมูน้อยเทวดา

เป็นที่ทราบกันดีว่า snort – หมูน้อยเทวดา ไม่ธรรมดาจริงๆ หลังจากเคยทดสอบเมื่อนานมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ วันนี้เป็นอันว่าได้ snort มาเสริมทัพให้แกร่ง แรงไม่แรงต้องลองด้วยตัวเองครับ
ขั้นตอนการติดตั้ง Sonrt
1. สมัครเป็สมาชิก snort แล้วทำการ Generate Oinkcodes ดังภาพตัวอย่าง
snort-1
2. ทำการติดตั้ง snort package แล้วนำ Oinkcodes มาใส่ และกำหนดค่าต่างๆ ตามนั้นเลย
snort-2
3. คลิกที่แท็บ Update Rules เพื่อทำการโหลด Snort Rules จากเว็บไซต์ Snort นั่นเอง
snort-3
4. เมื่อ Update เรียบร้อยแล้วก็ทำการ Start Service ด้วยเด้อ
snort-4
5. แท็บ Categories จะพบรายการที่ได้ปรับปรุงแล้ว แนะนำว่าให้ Enable ทั้งหมดเลยละกัน
snort-5
6. สำรวจ Rules กันหน่อย โอว์.. อะไรกันนี่
snort-6
7. ไหนดูสิ มีใครบุกรุกประตูหลังเราบ้าง (มีเสียวเล็กน้อย)
snort-7
เพื่อนๆ ท่านไหนลองใช้แล้ว มีอะไรจะเสริมก็เชิญเลยนะครับ…

การกำหนด User Authentication Pfsense

pfSense มีคุณสมบัติเพื่อใช้สำหรับกำหนด User Authentication ก่อนการใช้งานเว็บไซต์เรียกว่า Captive Portal, สามารถอนุญาตระบุ MAC Address และ IP Address ใดๆ โดยไม่ต้องทำการ Authen ได้อีกด้วย, หรือจะปรับปรุงหน้า Authen ให้เป็นรูปแบบที่ต้องการก็ย่อมได้เช่นเดียวกัน
ขั้นตอนการติดตั้งและใช้งาน Captive Portal
1. เปิดใช้บริการ โดยไปที่ Service > Captive Portsl
และทำการกำหนดค่าต่างๆ ตามภาพตัวอย่างนี้
captive-1
คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่
คำอธิบายเพิ่มเติม
Interface: เลือก LAN เพื่อเปิดใช้งาน Captive portal
Maximum concurrent connections: จำนวนการโหลดหน้า login ไปยัง Captive Portal Server, ไม่ใช่จำนวนการ login ของ User ถ้ากำหนดเป็น 0 = no limit, ถ้าปล่อยว่างไว้จะโหลดหน้า Login ได้ 4 connect ต่อ 1 Client IP Address
Idle timeout: ถ้า Client ไม่มีการใช้งาน Internet เป็นเวลา xx นาที จะทำการ Disconnect
Hard timeout: บังคับให้ Dicconnect เมื่อครบ xx นาที
Logout popup window: Enable logout popup windows กำหนดให้แสดงหน้าต่างสำหรับ login / logout
Redirection URL: กำหนดให้ redirect ไปยังเว็บไซต์ใดๆ เมื่อ login สำเร็จ
Concurrent user logins: Disable concurrent logins ถ้าเลือกคุณสมบัตินี้ จะส่งผลให้ user ปัจจุบันถูก Disconnect เมื่อมีการ login ด้วย user เดียวกันจากเครื่องอื่นๆ (เกี่ยวข้องกับ Maximum concurrent connections)
Per-user bandwidth restriction: จำกัดการ download / upload ต่อเครื่อง
Authentication: เลือก Local user manager

2. สร้างบัญชีผู้ใช้ โดยไปที่แถบ User และทำการกำหนด Username & password
captive-4

3. Pass-through MAC ใช้ในกรณีที่ต้องการกำหนดให้ MAC Address ใดๆ สามารถใช้ Internet โดยไม่ต้องผ่านการ Authentication
captive-5

* 4. Allowed IP Address ใช้ในกรณีที่ต้องการกำหนดให้ IP Address rang ใดๆ ไม่ต้องผ่านการ Authentication
captive-6
* คุณสมบัติข้อนี้ไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ควรจะเป็น ถ้าใครลองแล้วได้ผลเป็นอย่างอื่น กรุณาแจ้งด้วยนะครับ
———————————————————————————-
การติดตั้ง freeRADIUS Authentication
ภาคต่อนะครับ เห็นเพื่อนๆ ถามมาเรื่อง freeRADIUS ก็เลยจับภาพมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งมีขั้นตอนการติดตั้งง่ายๆ ดังตัวอย่างด้านล่างนี้
1. กำหนดค่าในส่วนของ FreeRADIUS – Settings
freeradius-1
2. สร้าง Client ขึ้นมา เนื่องจากอยู่บนเครื่องเดียวกัน Client ในที่นี้ก็คือ IP Address ของ pfSense นั่นเอง
freeradius-2
3. ตามด้วยการสร้าง User ครับ
freeradius-3
4. ที่ Captive Portal เลือก  Authentication เป็น RADIUS แล้วใส่ IP Address, Port, Shared Secret ที่ได้สร้างไว้ตามข้อ 2
freeradius-4
สามารถนำไปใช้ Authen กับระบบอื่นๆ เช่น PPPoE Server หรือ PPTP VPN ท่านใดทดลองแล้วเห็นว่ามีประโยชน์กรุณาโพสต์วิธีการให้เพื่อนๆ  ได้เรียนรู้ด้วยนะครับ

การบล็อคเวปตามใบสั่งสำหรับคนใช้ m0n0wall 3 แบบ 3 สไตล์

การบล็อคเวปตามใบสั่งสำหรับคนใช้ m0n0wall 3 แบบ 3 สไตล์
จากหลายๆกระทู้ที่ผ่านมา ได้มีการถามถึงวิธีการบล็อคเวปบางเวปที่เราไม่ต้องการให้ใครเข้าใช้งาน
จากคนทีใช้ m0n0wall อยู่ในหลายๆกระทู้ เพราะในตัว m0n0wall ไม่มีฟังก์ชั่นนี้อยู่ทำให้ไม่รู้จะทำยังไง
ซึ่งจริงๆแล้วมีวิธีที่จะทำได้อยู่หลายแบบซึ่งที่ผมคิดได้ก็มีอยู่ 3 แบบ 3 วิธีแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสีย
แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งาน และสามารถนำไปปรับใช้ในรูปแบบอื่นๆได้อีกมาก
โดยยึดหลักพื้นฐานเหล่านี้
(เนื่องจากมีรูปและเนื้อหายาวพอสมควรจึงขอนำเสนอในกระทู้ใหม่นี้แทนครับ)

การบล็อคเวปทั้ง 3 วิธี คือ
1. บล็อค IP
2. บล็อค DNS
3. บีบความเร็วเวปให้ต่ำสุดๆ

:o กรุณาอ่านวิธีทำทั้งหมดโดยละเอียดสัก 1 รอบ ก่อนนำไปทดลองทำนะคับ :o

==============================-==============================

วิธีที่ 1 : Block IP

วิธีการ :
- วิธีนี้ใช้ความสามารถของ Firewall ในการบล็อคเวป

ข้อดี :
- สามารถบล็อคได้แม้ว่าจะใช้วิธีใช้เลข IP ในการเข้าเวปทำให้บล็อคเวปนั้นได้โดยสมบูรณ์

ข้อเสีย :
- ถ้าเวปนั้นๆมีการใช้ IP มากว่า 1 จะทำให้วิธีนี้บล็อคได้ไม่สมบูรณ์คับ
- ถ้ามีการใช้ Proxy ก็สามารเข้าเวปนั้นได้เหมือนกันคับ

วิธีทำ :

1. Login เข้าสู่ m0n0wall และไปที่เมนู Firewall -->Rules ( ดังรูป )

Image

2. คลิ๊กที่เครื่องหมาย+ เพิ่อเพิ่ม Rule ครับโดยให้คีย์ค่าตามรูปนะครับ
ในรูปตัวอย่างเป็นการบล็อคเวป adslthailand.com ซึ่งมี IP = 203.107.132.133
ซึ่งถ้าเราต้องการบล็อคเวปอื่นๆให้เปลี่ยนเลข IP จาก 203.107.132.133 เป็น IP ของเวปที่ต้องการคับ
ที่สำคัญคือ Rule ที่เราสร้างใหม่นี้ต้องให้อยู่ด้านบนสุดนะคับ
( เราสามารถหาเลข IP ได้หลายวิธี เช่น การใช้คำสั่ง Ping www.adslthailand.com -t )

Image

3. เมื่อเซ็ตค่าเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม Save คับ m0n0wall จะเก็บค่าของเราและกลับสู่หน้า Firewall -->Rules
และจะมีลักษณะประมาณนี้คับ ซึ่งRuleที่เราสร้างจะต้องอยู่ด้านบนของ Default LAN ->any นะคับ
เรียบร้อยแล้วให้กดปุ่ม Apply changes เพื่อยืนยันและเริ่มใช้งานคับ

Image

4. เสร็จเรียบร้อยคับ
*** ทดสอบโดยการเข้าเวปที่เราบล็อคดูคับ

==============================-==============================

วิธีที่ 2 : Block DNS

วิธีการ :
- วิธีนี้ใช้ความสามารถของ DNS Forwarder ในการเปลี่ยน IP ของเวปนั้นให้เป็นตามที่เราต้องการคับ

ข้อดี :
- สามารถบล็อคได้โดยไม่เกิด Error page และสามารถสั่งให้ Redirect ไปยังเวปที่ต้องการได้ด้วย
- สามารถบล็อคได้แม้ว่าเวปนั้นจะมีเลข IP มากกว่า 1 เพราะเราบล็อคโดยใช้ DNS

ข้อเสีย :
- ถ้ามีการเรียกเข้าเวปโดยการใช้เลข IP ก็จะสามารถเข้าเวปนั้นๆได้อยู่ดีคับ
- ถ้าเครื่องนั้นๆเคยเข้าเวปที่เราบล็อคมาแล้วอาจมีการเก็บค่า DNS ไว้ในเครื่องอาจทำให้เข้าเวปนั้นได้เหมือนเดิมคับ

วิธีทำ :

1. Login เข้าสู่ m0n0wall และไปที่เมนู Services -->DNS forwarder ( ดังรูป )
2. เปิดการใช้งาน DNS forwarder โดยติ๊กถูกที่ Enable DNS forwarder และกด Save คับ ( ดังรูป )

Image

3. คลิ๊กที่เครื่องหมาย+ (อันบนนะคับ) เพิ่อเพิ่ม DNS ครับโดยให้คีย์ค่าตามรูปนะครับ
ในรูปตัวอย่างเป็นการบล็อคเวป www.xyz.com โดยให้ Redirct ไปที่เวป AdslThailand.com แทน
ซึ่งถ้าเราต้องการบล็อคเวปอื่นๆให้เปลี่ยน DNS เป็นเวปที่เราต้องการคับ
ส่วน IP address ให้ใส่เป็น IP ของเวปที่ต้องการคับหรืออาจใส่เป็น IP ทีไม่มีอยู่จริงก็ได้คับ

Image

4. เมื่อเซ็ตค่าเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม Save คับ m0n0wall จะเก็บค่าของเราและกลับสู่หน้า Services -->DNS forwarder
และจะมีลักษณะประมาณนี้คับ ให้กดปุ่ม Apply changes เพื่อยืนยันและเริ่มใช้งานคับ

Image

5. เสร็จเรียบร้อยคับ
*** ทดสอบโดยการเข้าเวปที่เราบล็อคดูคับ

==============================-==============================

วิธีที่ 3 : Low Bandwidth by Traffic shaper

วิธีการ :
- วิธีนี้ใช้ความสามารถของ Traffic shaper ในการลด Bandwidth ของเวปนั้นๆให้ลดลง
และถ้าเพิ่มค่า Delay เข้าไปด้วยจะทำให้ช้าลงอีก

ข้อดี :
- ไม่ได้เป็นการบล็อคโดยสิ้นเชิงคับแต่เป็นการทำให้เวลาเปิดเวปนั้นๆจะช้ามากในที่สุดเค้าก็จะเลิกใช้ไปเองคับ
- ถึงจะเข้าเวปนั้นๆได้ แต่ถ้าโหลดอะไรจากภายในเวปความเร็วก็จะเท่ากับการเปิดเวปไม่ว่าจะใช้โปรแกรมใดๆ

ข้อเสีย :
- ยังสามารถเข้าเวปนั้นๆได้ตามปกติ

วิธีทำ :

1. Login เข้าสู่ m0n0wall และไปที่เมนู Firewall --> Traffic shaper

2. ไปที่ Pipes คลิ๊กที่เครื่องหมาย+ เพิ่อเพิ่มท่อที่เราจะบีบโดยในตัวอย่างเป็นท่อขนาด 1k delay 5000ms
ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการคับ

Image

3. เมื่อเซ็ตค่าเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม Save คับ m0n0wall จะเก็บค่าของเราและกลับสู่หน้า Firewall --> Traffic shaper
โดย Pipe ที่สร้างจะมีลักษณะประมาณนี้คับ
Image

4. ไปที่ Rules คลิ๊กที่เครื่องหมาย+ เพิ่อเพิ่ม Rule เพื่อกำหนดเวปที่เราจะบีบคับ
เซ็ตค่าต่างๆดังตัวอย่างคับโดย
Target = ท่อบีบที่เราสร้างไว้คับ
Source = Type : Single host or alias Network
Source = Address : IP ของเวปที่ต้องการในตัวอย่างเป็น IP ของเวป Adslthailand.com

Image

5. เมื่อเซ็ตค่าเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม Save คับ m0n0wall จะเก็บค่าของเราและกลับสู่หน้า Firewall --> Traffic shaper
โดย Rule ที่สร้างจะมีลักษณะประมาณนี้คับ
Image

6. เลื่อนให้ Rule ที่เราสร้างให้ขึ้นไหม่อยู่ด้านบนสุดคับ

7. ถ้าเรียบร้อยแล้วกดปุ่ม Apply changes เพื่อยืนยันและเริ่มใช้งานคับ

8. เสร็จเรียบร้อยคับ
*** ทดสอบโดยการเข้าเวปที่เราบล็อคดูคับ

==============================-==============================

การบล็อคเวปให้ได้ผล 100% เต็มอาจจำเป็นต้องใช้มากกว่า 1 วิธีในการบล็อค เช่น วิธีที่1+วิธีที่2
หรือ วิธีที่2+วิธีที่3

ปล. ตอนที่ทำกระทู้นี้ใช้เวลานานมาก... เลยค่อนข้างจะมึนๆ
อาจมีจุดใดที่ผิดพลาดกรุณาบอกด้วยนะคับจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง.. ( กบมึน :oops: )

Xerox - Phaser 3435 review

Wednesday, May 5, 2010
Xerox Phaser 3435 Photograph

You would expect to pay at least £200 for a mono laser printer which could print at over 20ppm, but the 33ppm Xerox Phaser 3435 costs over £300. For this money you should expect some worthwhile extras, so what does it provide?

It starts by having a reasonably discrete footprint and an attractive, angular design in white and dark blue, with a 'collar' effect around the top. The control panel is set into this collar and a circular depression in front of the backlit, two-line by 16-character LCD display holds a cluster of six control buttons, for menu navigation and machine control.

The printer has a 250-sheet main paper tray and a 50-sheet multi-purpose tray, which pulls down from the front cover. Although you can buy a second, optional 250-sheet tray to sit under the machine, this only gives a maximum of 550 sheets, which may well mean more servicing of the machine than necessary in a busy office, since the Phaser 3435's duty cycle is 50,000 sheets per month.

The integrated drum and toner cartridge, which slides in easily from the front of the machine once you've pulled down the front cover, is available in two capacities: 4,000 and 10,000 pages. Using the high-yield cartridge gives a cost per page of 1.07p, which is very reasonable for this class of machine.

Xerox provides emulated drivers for both PCL 6 and Postscript Level 3 page description languages and supports the printer under Windows, Mac OS X and various flavours of Linux. Connections include USB, Ethernet and parallel, so the printer should slip easily into a variety of environments.

The spec sheet claims a top speed of 33ppm but, even using our longer, 20-page text test document, we only saw 24.5ppm in practice. Even so, this is an impressive turn of speed and other results, such as 13.6ppm for a five-page text and graphics document and a 15 x 10cm photo print in just 11 seconds, confirm this machine has a capable print engine. Even the duplex speed - duplex is standard on this machine - is a credit-worthy 15.2spm.

Print quality is also good, with crisp, black text being clear and very easy to read. Business graphics are also well reproduced, though there are some signs of micro-banding in large areas of grey fill. These can also be seen in greyscale photo prints, though in neither case do they detract that much from the overall look of the print.




 

Pfsense Thailand Copyright © 2011-2012 | Powered by Blogger