การทำ VPN แบบ PPTP Server บน pfSense

Thursday, February 2, 2012
ต่อจากการทำ VPN แบบ PPTP บน Linksys RV042 วันนี้มาแนะนำการทำ VPN บน pfSense กันต่อเลยน่ะครับ pfSense เป็นระบบที่ใช้ในการจัดการ firewall ให้ง่ายขึ้น พัฒนามาจาก FreeBSD จากที่ทดลองใช้งานจนถึงวันนี้ 1 ปีกว่าๆ ยังไม่เกิดปัญหาใดๆ นับว่าเป็น Open firewall ที่มีความเสถียรตัวหนึ่งเลยที่เดียว โดยส่วนตัวผมทดลองใช้อยู่หลายตัวเหมือนกัน แต่ขอบเขตของความต้องการโดยส่วนตัว pfSense สามารถตอบได้ตรงใจผมได้ดีในขณะนั้น จนวันนี้อะไรๆ มันเปลี่ยน ความต้องการมีมากขึ้นทุกวัน แต่อย่างน้อย pfSense ก็สามารถช่วยเราได้ในระดับหนึ่ง จริงๆแล้วไม่เกี่ยวอะไรกับ VPN หรอก แต่อยากบอกว่า pfSense มีประสิทธิถาพไม่น้อยกว่า  open linux ตัวอื่นๆเลย สิ่งสำคัญอยู่ที่การนำไปใช้ และการจัดการที่ดีมากกว่า เข้าเรื่องเลยแล้วกัน การทำ VPN มีธีดังนี้
1. เข้าไปโหมด admin ของ pfSense เลือก เมนู  VPN -> PPTP

vpn_pptp_pfsense1
2. เลือก Enable PPTP Server

vpn_pptp_pfsense2
Max.Current Connections คือ Client สามารถเชื่อมต่อเข้ามาได้พร้อมกันสูงสุด 16 connections

Server Address คือ IP address ที่ใช้เชื่อมต่อ ของผมเป็นแบบ Fix IP เพื่อให้ Client เชื่อมผ่าน IP นี้เข้ามา
Remote Address Range คือ IP Pool ที่ต้องการจ่ายให้ client ที่เชื่อมต่อเข้ามาแล้ว ให้เริ่มใช้ IP 192.89.0.32 เป็นต้นไป

3. สร้าง User account เลือกที่ Users

vpn_pptp_pfsense3
4. การสร้าง Network connection ในเครื่อง Client ดูได้

การทำ VPN บน pfSense

pfSense ทำ VPN ใช้ตั้งนานแล้ว ถือว่านิ่งมากเลยสำหรับระบบ Unix ตัวนี้ เอามาเก็บไว้ในเว็ปดีกว่า เดี่๋ยวลืมเผื่อได้ใช้ เดิมทีที่ทำงานผมใช้ Lead line แต่คำนวณราคากับงานที่ใช้ไม่คุ้มค่า เลยยกเลิก Lead line มาใช้ VPN แทน สำนักงานมี 2 แห่งทำ VPN กัน ฝั่ง Local คือฝั่งที่ตั้ง pfSense เป็นสำนักงานใหญ่ กทม. อีกฝั่งคือ ฝั่ง Remote ใช้ Router Linksys RV042 ที่สมุทรปราการ

บน pfSense  ไปที่ VPN > IPsec แล้ว Click ผมกำหนดค่า แบบนี้

และ Service ของ IPsec


คุยไม่เก่ง เอาเนื้อๆ จบ

Shell script clear Squid Cache on pfSense

จากการที่ใช้ pfSene ทำเป็น firewall , proxy server นั้น นานนับปีแล้ว อย่างที่เคยบอกไป pfSense มันเสถียรพอได้ จนถึงตอนนี้ยังไม่พบปัญหากวนใจเลย ที่ต้องตรวจเช็คอยู่บ่อยๆ ก็คือ หน่วยจำ cache ของ pfSense ครับ วันนี้มาแนะนำการสร้าง shell script เพื่อลบ cache กันครับ

1. เชื่อมต่อไปยังเครื่องที่ติดตั้ง pfSense โดยเปิด terminal ขึ้นมาแล้วใช้คำสั่ง
ssh -l root ippfSense
ตัวอย่างของผมเป็น
ssh -l root 192.89.0.254
ใส่พาสเวิร์ดให้ถูกต้อง แล้วกด 8 -> กด Enter ดังรูป
2. ทำการสร้าง shell  โดยตั้งชื่อเป็น squid.sh (หรือชื่ออะไรก็ได้ แต่ต้องมีนามสกุล .sh)
vi /var/squid/squid.sh 
แล้วพิมพ์โค้ดด้านล่างลงไป
/usr/local/etc/rc.d/squid.sh stop
 rm -rf /var/squid/cache/
 mkdir -p /var/squid/cache/
 chown squid:squid /var/squid/cache/
 chmod 777 /var/squid/cache/
 squid -z
 /usr/local/etc/rc.d/squid.sh start
จากนั้น save โดยกด :wp
3. กำหนดสิทธิ์ให้กับ squid.sh
chmod 777  /var/squid/squid.sh
4. สั่งให้ script ทำงาน เพื่อเคลียร์ cache กันครับ ใช้คำสั่ง
/var/squid/squid.sh
note : ตำแหน่งพาธ /var/squid/cache/  แต่ละเครื่องอาจจะไม่เหมือนกันน่ะครับ รูปด้านล่างเป็นตัวอย่าง ของผม

Chillispot secured Wi-Fi Access Gateway (dd-wrt)

Tuesday, December 27, 2011
Chillispot secured Wi-Fi Access Gateway (dd-wrt)
Contributed by วิบูลูลย์
Wednesday, 21 November 2007
เขียนโดย วิบูลย์ วราสิทธิชัย นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ม.อ.
อ้างอิงเอกสารที่ผมอ่าน
HowTo: DD-WRT+chillispot & freeradius & mysql
https://www.zlabinger.at/blog/2006/05/26/playing-with-linksys-wrt54gs/
How to Flash the WRT54GL with DD-WRT Firmware
http://www.mandladventures.com/2007/04/12/how-to-flash-the-wrt54gl-with-dd-wrt-firmware/
Chillispot secured Wi-Fi Access Gateway คืออะไร
คืออุปกรณ์แอคเซสพอนต์เราเตอร์ (อุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย) ที่ติดตั้ง firmware ใหม่ที่มีความสามารถในการป้
องกันการลักลอบเข้าใช้งาน โดยที่
firmware นั้นมีโปรแกรม Chillispot ใส่ไว้ให้แล้ว
Chillispot คืออะไร
คือ Open source software ที่นำมาใช้ในการควบคุมการใช้งานเครือข่ายไร้สาย เรียกว่า
wireless controller นิยมนำมาใช้เป็น gateway ติดตั้ง
ไว้บน linux box เพื่อคอยดักแพ็กเก็ต TCP port 80 และส่งหน้าจอ login ไปยังผู้ใช้งาน
หลักักการทำางาน
เมื่อท่า
น upgrade firmware ใหม่ ท่านสูญเสียการรับประกัน (warranty void) ครับ
เมื่อเครื่องโน้ตบุ๊คทำการคอนเนคเข้ามายังแอคเซสพอยต์ได้สำเร็จ ผู้ใช้เริ่มต้นการใช้งานบราวเซอร์เพื่อไปยังเว็บไซต์ใด ๆ ผู้ใช้จะได้รับหน้าจอ
แรกเป็นหน้าจอสำหรับ login เมื่อ login สำเร็จจึงจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ หากว่าในโปรแกรบราวเซอร์ที่ใช้มีการเซ็ตค่าพร็อกซี่ไว้ก็จะไม่
แสดงหน้าจอ login ทำให้ใช้งานต่อไม่ได้
หลักการของระบบนี้คือ เมื่อเครื่องโน้ตบุ๊คคอนเนคกับแอคเซสพอยต์ได้แล้วจะได้รับไอพีแอดเดรสและพร้อมที่จะใช้งาน แต่ย ังใช้ไม่ได้ เพราะว่าเมื่อ
ผู้ใช้เปิดโปรแกรมบราวเซอร์เพื่อไปยังเว็บ ทำให้แอคเซสพอยต์จะได้รับข้อมูล TCP port 80 จากเครื่องโน้ตบุ๊ค มันจะส่งไปยังโปรแกรม chilli ที่อยู่
ในตัวมัน (แอคเซสพอยต์) (โปรแกรม chilli เป็น 1 โพรเซสของ linux OS ที่รันอยู่ในแอคเซสพอยต์) โปรแกรม chilli จะส่งหน้าจอ login ซึ่งถูก
กำหนดไว้ว
่าให้ไปเอาห
น้าจ
อ
login จาก
เว็บ
ไซต์ไหน
เมื่อ
ผู้ใช้ใส่ login และ password โปร
แกร
ม
chillispot ก็จะนำ login และ password ส่ง
ไป
สอบถามที่ RADIUS server ที่กำหนดไว้ จากนั้น RADIUS server ก็จะตอบกลับมายัง chilli แล้ว chilli ก็จะทำการเปิดเส้นทางให้กับผู้
ใช้งานก็ต่อ
เมื่อ login และ password ถูกต้อง
ฮาร์ดแวร์ที่ใช้
Linksys WRT54GL v1.1
RADIUS server
Web server
Notebook ที่ใช้ทำขั้นตอน upgrade firmware เป็น Windows XP SP2 มี IE6
ซอฟต์แวรที่ใช้
firmware DD-WRT v23 SP2
วิธีทำแบบคร่าว ๆ (ดูรายละเอียดด้านล่างเพิ่มเติม )
1. ทำขั้นตอนการ upgrade firmware DD-WRT v23 SP2 ลงใน Linksys WRT54GL v1.1
2. เตรียม RADIUS server
3. เตรียม Web server (ใช้เครื่องเดียวกับ RADIUS ได้)
4. ตรวจสอบแฟ้
ม Firewall ในเครื่อง RADIUS ว่า
อนุญาตให้มีการติดต่อเข้าไปที่ port UDP 1812 และ 1813 และ Web server อนุญาต TCP port
443
5. ทำขั้นตอนการคอนฟิก chillispot ที่ Linksys WRT54GL
6. ปิด DHCP server ที่แจกไอพีให้กับ LAN port 1 - 4
7. reboot Linksys router
8. ทดสอบเปิดบราวเซอร์ท ี่เครื่องโน้ตบุ๊คให้เชื่อมต่อกับ SSID ที่เป็น Linksys ที่เรากำลังทดสอบ (ในขั้นตอนนี้ต้องไม่เซ็ตค่าพร็อกซี่ในบราวเซอร์)
การ upgrade firmware
สิ่งที่ต้องทำก่อน
- ปิด antivirus และ firewall อื่น ๆ ที่อาจมีผลให้ upgrade ไม่ได้
- ใช้ port LAN 1 - 4 เท่า
นั้น โดยใช้สาย UTP ต่อระหว่าง Linksys กับ Notebook ตอนนี้ไม่ใช้ Wi-Fi โดยการปิดปุ่ม Wi-Fi ซะเลย
Wiboon at PSU :: Chillispot secured Wi-Fi Access Gateway (dd-wrt) Page 1 of 3
http://mamboeasy.psu.ac.th/~wiboon.w/index2.php?option=com_content&task=view&... 18/2/2553
- ใช้ port WAN ต่อเข้ากับ ADSL หรือ LAN ของตึกเพื่อให้รับ DHCP IP เพื่อให้ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตได้
- ทำการ reset linksys ให้ใช้ค่า Factory default โดยการใช้ปลายไขควงขนาดเล็กจิ้มที่ปุ่ม reset ด้านท้ายเครื่อง ค้างไว้ในขณะเดียวกันก็ปลดสาย
ไฟออก แล้วเสียบสายไฟกลับไป ยังคงค้างการกดปุ่ม reset ไว้จนครบ 30 วินาที (ยังไม่ได้ลองใช้คำสั่ง Factory defaults ใน web interface ของ
linksys ว่าเหมือนกันไหม)
1. ดาวน์โหลด firmware DD-WRT v23 SP2 จากเว็บไซต์ http://dd-wrt.com/dd-wrtv2/downloads.php ซึ่งมีเวอร์ชั่น standard, voip และ vpn
ให้เลือก หรือตรงไปยังแฟ้
ม standard ได้ที่ http://www.dd-wrt.com/dd-wrtv2/downloads/stable/dd-wrt.v23%20SP2/ddwrt.
v23_sp2_standard.zip
2. ทำขั้นตอนการ upgrade firmware (ที่ผมทำใช้ทดสอบเป็นชุด standard)
2.1 เข้าหน้าเว็บของ Linksys คือ http://192.168.1.1 ใช้ login คือ root และ password คือ admin
2.2 เลือกแท็บ Administration เลือก Firmware Upgrade (ระวังไฟฟ้
าดับในระหว่างทำ)
2.3 เลือกชื่อแฟ้
ม dd-wrt.v23_generic.bin จากที่แตกแฟ้
ม .zip ออกมา
2.4 รอจนเสร็จ ภาวนาอย่าให้ไฟฟ้
าดับ
เตรียม RADIUS server
ตัวอย่างจะใช้ไอพีแอดเดรส 192.168.2.20 เป็น RADIUS server
วิธีการคอนฟิก RADIUS server แล้วแต่เลือกว่าจะใช้อะไรเป็น database โปรดอ่านบทความสำหรับทำ RADIUS server ได้จาก
http://mamboeasy.psu.ac.th/~wiboon.w เมนู chillispot wifi หัวข้อ การติดตั้ง mysql ใช้ร่วมกับ freeradius อย่างง่าย ลองดูอันนี้ก็ได้
ที่ RADIUS server ต้องกำหนดสิทธิอนุญาตไอพีแอดเดรสของ Linksys Router ถ้าเป็น freeradius ต้องแก้ไขแฟ้
ม /etc/raddb/clients.conf โดย
เพิ่มบรรทัด
client ไอพีแอดเดรสของ Linksys Router {
secret=testing123-1
}
เตรียม Web server เพอืื่่ เก็บ็บเว็บเพจหน้า login (Redirect URL)
ตัวอย่างจะใช้ไอพีแอดเดรส 192.168.2.33 เป็น Web server ที่เก็บแฟ้
ม hotspotlogin.cgi ซึ่งเป็น Redirect URL ที่เป็นหน้า login
ดาวน์โหลดแพ็กเกจ chillispot v1.1 มาแล้วก็อปปี้เฉพาะแฟ้
ม hotspotlogin.cgi ไปไว้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ ถ้าเป็น apache web server ให้เก็บไว้
ท ี่ /var/www/cgi-bin
แก้ไขแฟ้
ม hotspotlogin.cgi ให้มี uamsecret ตรงกันกับที่กำหนดในขั้นตอนการคอนฟิก chillispot
การคอนฟิก chillispot
1. เลือก Administrator แล้วเลือกแท็บ Hotspot
2. ในหน้าต่าง Hotspot ให้เลือก enable รายการ chillispot แล้วจะเห็นรายการช่องว่างให้เติม
3. เลือก enable รายการ Separate Wifi from LAN bridge เพื่อแยก port 1-4 ของอุปกรณ์ออกจาก LAN ของ Wi-Fi
4. ช่อง Primary Radius Server ให้ใส่ไอพีแอดเดรสของ Radius ตัวอย่างเช่น 192.168.2.20
5. ช่อง Backup Radius Server ให้ใส่ไอพีแอดเดรสของ Radius อีกตัว ถ้าไม่มีให้ใช้เหมือนกับข้อ 4
6. ช่อง DNS IP ให้ใส่ไอพีแอดเดรสของ domain name server ตัวอย่างเช่น 192.100.77.5
7. ช่อง Redirect URL ให้ใส่เว็บเพจหน้า login ตัวอย่างเช่น https://192.168.2.33/cgi-bin/hotspotlogin.cgi
8. ช่อง Shared key ให้ใส่ secret key ที่ตรงกับ RADIUS
9. ช่อง DHCP interface ให้กำหนดเป็น WLAN เท่านั้นเพื่อให้ chilli แจกไอพีให้กับ wireless clients เท่านั้น
10. ช่อง Radius NAS ID ให้ตั้งชื่ออะไรก็ได้ เช่น dd-wrt-chilli
11. ช่อง UAM secret ให้ใส่ uamsecret ที่ตรงกันกับ hotspotlogin.cgi
12. ช่อง Additinal Chillispot Option ให้ใส่หมายเลขเน็ตเวอร์คที่ต้องการ หากไม่ตั้งจะใช้เป็น 192.168.182.0/24 ตัวอย่า
งเช่น ตงั้ เป็น net
10.201.1.0/24
13. ทำการ save config
ภาพตัวอย่างการคอนฟิก chilli
Wiboon at PSU :: Chillispot secured Wi-Fi Access Gateway (dd-wrt) Page 2 of 3
http://mamboeasy.psu.ac.th/~wiboon.w/index2.php?option=com_content&task=view&... 18/2/2553
การปิด DHCP server ทแีี่่ จกไอพีให้กับ LAN port 1 - 4
1. ไปที่แท็บ setup เลือก Basic Setup
2. เลือก disable DHCP server
reboot Linksys router
เพื่อให้ chillispot ใช้ค่าคอนฟิกใหม่ที่กำหนด
จบ
Last Updated ( Thursday, 22 November 2007 )
Close Window
Wiboon at PSU :: Chillispot secured Wi-Fi Access Gateway (dd-wrt) Page 3 of 3
http://mamboeasy.psu.ac.th/~wiboon.w/index2.php?option=com_content&task=view&... 18/2/2553

Setup a pfSense 2.0 firewall when default gateway is on a different subnet

This article has been updated for pfSense 2.0. The original article about pfSense 1.2.X has moved here.
If you buy a VMware server and an IP block from OVH you will be surprised because the default gateway don't match the IP block. Even if this setup is unusual, it is valid and give full satisfaction if you know how to configure your firewall and hosts.
There are some advantages to use this technique for the provider/WEB hoster: this make the router configuration a lot simpler (no need to setup an IP address for each underlying IP block, they can merge routes for adjacent IP blocks together) and the most important, this save one IP address in the block.
Windows host accepts this unusual configuration and just work, thanks Bill for this great job .
pf-shellcmd
Linux host requires a little trick.
[root@fc6-pmx ~]# route add default gw 192.168.23.254
SIOCADDRT: Network is unreachable
Linux refuses to add the route because it don't know how to reach the gateway itself. Add the appropriate route for the gateway, before the default route, solves the problem.
[root@fc6-pmx ~]# route add -host 192.168.23.254 dev eth0
[root@fc6-pmx ~]# route add default gw 192.168.23.254
This works !
[root@fc6-pmx ~]# route -n
Kernel IP routing table
Destination     Gateway         Genmask         Flags Metric Ref    Use Iface
192.168.23.254  0.0.0.0         255.255.255.255 UH    0      0        0 eth0
10.0.0.0        0.0.0.0         255.255.255.0   U     0      0        0 eth0
0.0.0.0         192.168.23.254  0.0.0.0         UG    0      0        0 eth0
To configure a firewall, depending of the firewall, you will have to be imaginative !

Differences with the 1.2.X config

The main ideas are the same as in the previous article , but the trick used to connect the gateway is different and finally a lot simpler. I recommend this setup !

Schema

Here is the schema I used to test this configuration.
Network schema
All IPs are from the Address Allocation for Private Internets but it is for testing ! Use the addresses you get from your provider or WEB hoster. For real, only the 172.22.22.1 and 19.168.1.0/24 can be in a private network.
  • 192.168.23.254 is the default gateway given by my provider.
  • 10.0.0.0/24 is the IP block given by my provider. I assign it to my DMZ.
  • 192.168.1.0/24 is a for a virtual LAN, to put machines that help to configure and manage the FW and servers in the DMZ.

The gateway trick

Instead of creating an ARP entry using a command line at startup, I force a route to the gateway by using the route command twice. The trick is the identical to the one used for the Linux in the previous article. It is not possible to create such routes using the Web interface then once more the shellcmd module come to rescue to setup the route at startup.
To create a route up to 192.168.23.254, on an interface having no IP in this range, I use the commands:
route add -net 192.168.23.254/32 -iface em0
route add default 192.168.23.254  
The first line tell the firewall that IP address 192.168.23.254 is on the side of the em0 interface (em0 is my WAN interface), the second one use this address as the default gateway.
This time, their is no need to found the MAC address of the gateway like in the first article. But some operations like: disable the em0 interface or setup a default gateway; can break the trick and would require to reload the route manually or reboot the firewall.
To remove the route you can use:
route del default 192.168.23.254  
route del -net 192.168.23.254/32 -iface em0
You can create the default route as soon has you have access to the firewall, using ssh, the console or by using the Command prompt in the Diagnostics menu of the Web interface. To be sure the routes are there, click the Routes option in the Diagnostic menu. An look for the two routes.
Routes
Be careful You have to remove any default route before to run these two commands !
This will not give you access to the Internet forthwith, you need some more settings.

The WAN interface

I don't want to waste an IP address, I choose a completely unrelated address 172.22.22.1, and don't setup any gateway because the job is already done by the 2 commands above.
WAN config

The DMZ interface (OPT1)

This is where the servers having a public address live. I give the 10.0.0.1 address to the firewall, this will be the default gateway for servers in the DMZ but also the public IP of the firewall on the WAN side.
DMZ config

The LAN interface

The LAN can be used if you need additional hosts that don't need to be reachable from the Internet but are required to manage the DMZ or for any other purpose. These hosts can access the DMZ (and vice versa when required). This is where I put a virtual machine to configure this firewall. Machines in this zone can be accessed from the Internet too, see later.
LAN config
I keep the default settings of the firewall for this interface.

Setup the Proxy ARP

The 10.0.0.0/24 subnet is on the DMZ side. To allow the firewall to reply to ARP requests for these addresses on the WAN interfaces, we have to add a proxy ARP entry.
Proxy ARP
I do it for the full subnet at once, in previous article I did it address by address. This is faster but also bypass a bug or a feature in 2.0 that forbid the use of an address already used by an interface. I'm thinking here about DMZ address 10.0.0.1. It is possible to go around this by creating the Proxy ARP before to assign the address to the DMZ interface. But using a subnet here bypass the problem !

Masquerade the source address

For now, packets leaving the firewall have address 172.22.22.1, replies will never come back ! We need to rewrite the source address for packet leaving the firewall. I use hide NAT to give them the 10.0.0.1 address. I assign this address for packet coming from the firewall, but also to masquerade the LAN zone.
Outbound NAT 1
Here are the detail for the LAN, the config for the firewall is similar.
Outbound NAT 2
Now any packets from the firewall or hosts from the LAN will leave the firewall with address 10.0.0.1
Double check the rules for the LAN, and be sure the "Default allow LAN to any rule" permit outgoing connections :
Rules LAN
Don't hesitate to be more strict, for example my second rule block port 25 to the Internet, but not to the DMZ. Here I allow all protocols except some, but the good way when configuring a firewall is to block all traffic by default and permit only some protocols.

The gateway: trick part 2

Now the firewall and the LAN have Internet access, at least after you have setup your DNS. You can now hardcode the gateway trick. You need to install the shellcmd package. The version 0.5 is for pfSense 1.0 but works well with 2.0 too. Install it from the package manager in the System menu!
Package Manager
And in the Service menu, select the Shellcmd option and setup the two commands :
Shellcmd

The DMZ zone (OPT1)

To use your DMZ you have to add filter rules to allow packets to leave the DMZ to the WAN side. Here for outgoing packets...
DMZ outgoing rule
Here I block packets to the LAN, because the DMZ is no more than a part of the Internet itself, any access to the LAN from the DMZ or the Internet must be carefully thought through.
.. and here incoming packets to my public WEB server 10.0.0.2 (the first rule)!
WAN Incoming rule
Create other rules for your other servers and services inside your DMZ !
Because we are using routing we don't need any NAT rules between WAN and DMZ !
LAN has already a full access to the DMZ because of the rule "Default allow LAN to any rule" seen previously. !

The LAN zone

If you need to access some resources inside your LAN from Internet, you can NAT some ports from address 10.0.0.1. Here I forward RDP to my 192.168.1.100 Windows host :
LAN NAT
Double check, pfSense has created the appropriate filter rules.
WAN incoming rules
That'it !

The final touch

Their is lot of other thing to say and to do, but this is not a tutorial about firewall. Anyway I was very impatient to try the new Floating tab in the Rules screen ! I have added a rule to let DMZ hosts reply to ping request. Here it is:
Allows ICMP echo request
Before the Floating tab, you add to duplicate some rules in each interface tab. This was making pfSense 1.2.X a bit unsuitable for configuration with lot of interfaces and rules !

Add IP fail-over

If you need to manage IP fail-over inside this configuration, take a look at this post

Advantages of this configuration

The biggest advantage of this configuration is the use of routing instead of NAT to forward packets. The other are:
  • this config provide a zone for your hosts in your DMZ and your LAN with usual network settings (a gateway in the same LAN subnet).
  • this config is based on routing instead of NAT, this avoid problems with NAT sensible protocol like: ftp, pptp, ...
  • NAT drops connection if no packets are going through for too long. Routing don't and don't require any keep alive plaster!
  • the hosts in your DMZ use the public IP addresses, this make things simple and avoid confusion.
  • LAN access your DMZ using public IP addresses.
  • no need to define NAT rules, only the filter rules are required.
  • reduce the MEMORY and CPU usage of the firewall.
Hope this help !

ปิดPortให้หมด แล้วเปิดเฉพาะ Port ที่จำเป็น (บล็อกบิต ขั้นต้น)

http://forum.internetsup.com/index.php/topic,64.0.html

 ผมขอแนะนำหลักการณ์เชตอัพ Firewall ในแบบที่สามัญที่สุดและก็ได้ผลชัดเจน นั้นคือ การเปิดพอร์ท(Port Number)เฉพาะเท่าที่จำเป็น ส่วนพอร์ทอื่นที่ไม่ได้ใช่งานหรือไม่จำเป็นก็ให้ปิด(Block)ลงให้หมดครับ

ข้อดีของวิธีการนี้
- เป็นวิธีการ ที่เข้าใจง่าย หรือพูดแบบบ้านๆก็คือ เราเลือกเปิดเฉพาะประตูที่จำเป็น แล้วปิดประตูที่ไม่อยากให้ใช้งาน... Port ก็เหมือนประตูทางเข้า-ออกของเน็ตเวิร์ค โดยโปรแกรมแอพพลิเคชันต่างๆ ก็มักจะใช้งานในประจำPortเติมๆ(ตาม Port Number มาตรฐาน) ซึ่งจริงๆแล้วมีจำนวนพอร์ทที่ใช้งานแค่หยิบมือเดียวเองครับ... แต่อาจจะมีบางโปรแกรมที่ใช้Portที่นอกเหนือจากมาตรฐาน เช่น Bittorrent, P2P, เกม เป็นต้น ซึ่งเมื่อเราปิดPortส่วนใหญ่ที่ไม่จำเป็นลงซะ โปรแกรมพวกนี้ก็จะเจอทางตัน เราก็จะบล็อกโปรแกรมพวกนี้ได้นั้นเอง (ถึงอาจจะไม่100% แต่ก็ได้ผล 90-95%อัพล่ะครับ)

- เป็นการเพิ่มความปลอดภัยโดยตรง ให้กับทั้งระบบ... เพราะเมื่อมีจำนวนPortช่องทางน้อยลง การโจมตีผ่านPortก็จะลดลง เป็นอันว่าเราสามารถหลีกเลียงHackerสมัครเล่นที่ใช้โปรแกรมหรือBotพื้นๆ.. ได้มากโขเชียวครับ


ข้อด้อยของวิธีการนี้
- มันไม่ไช้วิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด(ในเชิงสมถรรนะ)... เพราะวิธีการนี้ไม่มีการสมองใดๆเลย(ก็แค่ปิดหรือเปิดมันลูกเดียว) ซึ่งหากเรามีผู้ใช้ลูกข่ายหลายๆคน ซึ่งแต่ล่ะคนอาจมีความต้องการใช้โปรแกรมต่างๆกัน เช่น คนนึ่งจะใช้VoIPโทรหาแฟนที่อังกฤษ, คนนึงเล่นหุ้นต้องใช้โปรแกรมดูกระดานหุ้น, คนนึงเป็นโปรแกรมเมอร์ต้องการใช้VPN ฯลฯ... พวกเขาหล่าวนี้จะพบความไม่สะดวก แล้วต้องเดินมาบอกAdminว่า "เขาใช้งานไม่ได้..เปิดพอร์ทโน้น/พอร์ทนี้..เพิ่มได้ไหม" กรณีแบบนี้ล่ะครับ จะเป็นเรื่องจุกจิกให้คนดูแลระบบต้องมีงานช่วยเหลือผูใช้เพิ่มขึ้น

- มันไม่ไช่วิธีที่กินกำลังประมวล(CPU)ต่ำที่สุด... โดยเฉพาะกรณีหอพักนักศึกษา(พูดง่ายๆว่าเกรียงเยอะ) ผู้ใช้(เกรียงๆ)แต่ ล่ะคนจะพยายามหาทางใช้โปรแกรมของตนให้ได้ บ่างก็ดันทุรังใช้(เช่น เปิดบิตค้างไว้เฉยๆ) หรือไม่งั่นก็อาจพาลยิ่งNetcutหรืออื่นๆจิปะถะ... ทำให้ตัวFirewallระบบต้องมาทำงานจุกจิกพวกนี้เกินเหตุ(ทั้งที่มันไม่ไช่ เรื่องเลย) เราก็อาจจะเจออารมณ์เบื่อๆทำนองนี้ล่ะครับ

แต่โดยทั่วไป ของงานหอพัก/สำนักงาน เรื่องการใช้งานอินเตอร์เน็ต เรา(เจ้าของหอ)สามารถออกเป็นนโยบายบริการได้ครับ ว่าใช้งานอะไรได้บ่าง ห้ามใช้งานอะไร แล้วถ้าทำผิดเงื่อนไขแล้วจะโดนอะไร... ซึ่งมักควบคุมคนภายในได้ไม่ยากครับ อาจมีจุกจิกในเดือนแรกนิดหน่อยครับ พอผ่านเดือนแรกไปแล้ว ทุกอย่างก็จะลงตัวเป็นธรรมชาติของมันไปเองครับ


Port Number คืออะไร.?
ขอพูดโดยสังเขปนะครับ...
ระบบ Port Number นั้นเป็นวิธีการกำหนดช่องทางให้ โปรแกรมแอพพลิเคชันต่างๆได้รับส่งข้อมูลผ่านทางพอร์ทที่มีเลขหมายประจำต่างๆ หรือในบางกรณีเลขพอร์ทก็เป็นตัวกำหนดลักษณะรูปแบบข้อมูลไปในตัว(เพราะPort นี้..จะใช้กับโปรแกรมประเภทนี้ๆ) เช่น Portเลข 80 สำหรับ HTTP, 23 สำหรับ Telnet, 20กับ21สำหรับFTP เป็นต้น...

แล้วถ้าถามว่าใครเป็นผู้ออกมากำหนดมาตรฐานเลข Port ล่ะ.. ผู้นั้นก็คือ องค์กร Internet Assigned Numbers Authority - IANA (ซึ่งเป็นเจ้าเดียวกับที่คุ่มมาตรฐานระบบเลข IPv4/v6 นั้นล่ะ) และด้วยเลขพอร์ทนั้นมีเยอะตั้งแต่เลข 0-65536 ซึ่งการใช้งานเลขPortนั้น ก็จะมีทั้งเลขPortแบบทางการ(ซึ่งเป็นจำนวนPortส่วนน้อย) และบางโปรแกรมอาจกำหนดเลขพอร์ทของตัวเองเพื่อใช้งาน(อย่างไม่เป็นทางการ)... ถ้าคุณอยากศึกษาว่าเลข Port Number มีเลขอะไรบ่าง ผมแนะนำให้ดูที่นี่ครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Port_number


เลข Port หลักๆที่ควรรู้
เพื่อความสะดวกของผู้อ่าน ผมได้รวบรวมเลข Port ที่ควรรู้มาให้ส่วนหนึ่งครับ

พอร์ทหลักๆที่เกี่ยวกับการใช้งานอินเตอร์เน็ต (พอร์ทพวกนี้ เป็นพอร์ทหลักเลยที่เราจะพิจารณาเปิด/ปิด)
20   FTP (Data)
21   FTP (Command)
22   SSH
23   Telnet
25   SMTP
53   DNS
67   DHCP Server
68   DHCP Client
80   HTTP
115   SFTP
123   NTP
143   IMAP
194   IRC
220   IMAP(V3)
443   HTTPS
465   SMTP SSL
520   RIP
989   FTPS (Data)
990   FTPS (Command)
993   IMAPS
995   POP3S
1194   OpenVPN
1812   RADIUS-Auth
1813   RADIUS-Account
3128   Web caches
8080   Proxy


พอร์ทอื่นๆที่ควรรู้จัก(ในฐานะคนดูแลระบบ)
843   Adobe Flash
5228   Android Market (ถ้ามีคนใช้ Android)
2210   MikroTik Remote


พอร์ทที่เกียวกับ Webhosting - Control panel (คนทำเว็บอาจต้องใช้)
2082   cPanel
2083   cPanel-SSL
2095   cPanel-webmail
2096   cpanel-Webmail-SSL
2222   DirectAdmin
7777   Kloxo SSL
7778   Kloxo


พอร์ทพวกสังคมออนไลน์ (อาจไม่แน่ไม่นอน)
1863   aMSN / MSNเก่า / Windows Live IM และ .NET Messenger Service
4000   QQ
5050   Yahoo IM
5190   ICQ / AOL IM
6891-6901   Windows Live (Files & Voice)
8631   aMSN กล้อง
19294-19295   Google Talk Voice
19302   Google Talk Voice
23399   Skype ปกติ


ส่วนพอร์ทของ Bittorrent ล่ะ..หุหุหุ
โดยหลักการของมันแล้ว...
พอร์ทของมันคือ 6881-6999
แต่ ด้วยโปรแกรม Bittorrent-Client ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการ Random-Port (การกระจายPortเพื่อประสิทธิภาพของพวกมัน) ก็เลยกลายเป็น Bittorrent ไม่มีพอร์ทประจำของตัวเอง มันใช้งานได้แทบทุกพอร์ทครับ(จะมีเพียงพอร์ทเดียวที่ Bit ไม่ใช้กันคือ 80 ครับ เพราะต้องสงวนไว้ให้HTTP สำหรับให่Clientติดต่อTrackerได้)


ใน บทความนี้ผมได้กล่าวเพียงส่วนย่อยมากๆของ Port Number นะครับ ซึ่งก็ครอบคลุมภาพร่วมที่เราควรรู้สำหรับงาน หอพัก/สำนักงานครับ... (หากท่านผู้อ่านสนใจเพิ่มเติม โปรดหาทางศึกษากันเองนะครับ อิๆ)

การเลือกโปรแกรม VPN - Type สำหรับ Mathnet

Monday, November 28, 2011

การเลือกโปรแกรม VPN - Type สำหรับ Mathnet

เจมส์ F. คาร์เตอร์ , UCLA - Mathnet, 2003/09/26

ความต้องการ

  • ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อจากสถานที่นอกมหาวิทยาลัยโดยพลการไปยังสถานี VPN (เครื่อง) ใน DMZ ของเรา ปัจจุบัน Harlech เป็นเจ้าภาพป้อมปราการที่กำหนด เราไม่ต้องการให้ผู้ใช้เปลือก acounts เกี่ยวกับ Harlech (เชื่อมต่อโดยตรงไปยังเครื่องภายในจะถูกโดยเฉพาะ SSH.)
  • การเชื่อมต่อ VPN ควรจะได้รับอนุญาตเท่านั้นสำหรับคนที่"มีอำนาจ"ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงทุกคนที่มี loginid Mathnet ที่ถูกต้อง
  • เครื่องภายในควรให้บริการแก่ผู้ใช้ VPN เกินกว่าสิ่งที่พวกเขาให้ไปที่อินเทอร์เน็ตทั่วโลก (พวกเขากำลังถูกปิดกั้นโดยสิ้นเชิง) แต่อาจจะน้อยกว่าพวกเขาให้ไปยังเครื่องภายในที่เกิดขึ้นจริง นี้เป็นส่วนใหญ่การทำงานของกฎไฟร์วอลล์ภายใน
  • ผู้ใช้ VPN ควรจะสามารถไปยังเส้นทางไปยังเว็บไซต์ที่นอกมหาวิทยาลัยและได้รับการ NAT (แปลที่อยู่เครือข่าย) ที่สถานี VPN เพื่อการเชื่อมต่อจะปรากฏขึ้นมาจากเครื่องที่ UCLA - Mathnet นี้เป็นสำหรับการเข้าถึงเว็บไปที่เนื้อหาได้รับใบอนุญาตการป้องกันโดยการตรวจสอบตามโฮสต์ (ตัวอย่าง :. AMS วารสารออนไลน์) อีกครั้งนี้เป็นหน้าที่ของกฎไฟร์วอลล์และเส้นทาง
  • การเชื่อมต่อ VPN ควรจะเข้ารหัส
  • การปกครองที่เราจะไม่ได้ไปกำหนดค่าอุโมงค์เป็นรายบุคคลสำหรับผู้ใช้แต่ละ; มันมีการทำงานบนพื้นฐานทั่วไป
  • มีจะต้องมีลูกค้าสำหรับ Linux, Windows, Mac และควร พวกเขาต้องทำงานผ่าน NAT กล่อง
  • Pre - มอบหมายให้ที่อยู่ IP ที่ไม่เป็นไปได้; ซอฟต์แวร์ที่ต้องให้แน่ใจว่าแต่ละคนมีอุโมงค์ที่อยู่ IP ที่ไม่ซ้ำกันจากระยะไกล เครื่องหลังกล่อง NAT จะถูกกำหนดโดยปกติ 192.168.1.1 หรือ 192.168.1.100, ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของกล่อง NAT และเพื่อให้ประชาชน IP ของไคลเอ็นต์มีแนวโน้มที่จะไม่ซ้ำกัน; จึง IP อุโมงค์ที่มีให้มาจากซอฟต์แวร์ VPN ไม่ได้รับเลือกโดยลูกค้า
  • ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ VPN มีไว้สำหรับเส้นทางแบบคงที่ระหว่างที่ disjoint subnets, เว็บไซต์ บริษัท เช่นในเมืองต่างๆ สำหรับของเราใช้ IP ที่ระยะไกลจะไม่สามารถคาดเดาได้และอุโมงค์มาและไปแบบสุ่ม -- ที่"Road Warrior"สถานการณ์

ผู้สมัครโปรแกรม VPN

ปัญหาอิสระ / WANvtuncipeOpenVPNPoPToP
โปรโตคอลIPSec (ESP, AH)ของตัวเองของตัวเองTLS + ของตัวเองPPTP (GRE)
การเข้ารหัสลับยอดเยี่ยมอ่อนแอ (3)อ่อนแอ (3)ยอดเยี่ยมดู (7)
การอนุญาตX.509 (4)kludge SSHคีย์แบบคงที่X.509ของ Windows
  (คีย์ Pre - จัดยังทำงานสำหรับโปรแกรมส่วนใหญ่)
เฉพาะกิจผู้ใช้ใช่kludge (1)ไม่มีใช่ (8)ใช่
ทนทานต่อการชนกันของ IPไม่มีkludge (1)ไม่มีใช่ (8)ใช่
สำหรับลูกค้า :L, W, M (2)L, SL, WL, S, W, MXL, S, W (6)
  (L = ลินุกซ์, S = Solaris, W = Windows, M = Mac)
ทำงานผ่าน NATแพทช์ (4)ใช่ใช่ใช่ใช่
เราใช้นานเท่าไหร่?1 ปี0.5 ปีไม่0.1 ปีไม่
ที่ถูกบล็อกโดย BOLทำงานการทำงาน (SSH)prob ที่ถูกบล็อกขอยกเลิกการปิดกั้นอาจจะทำงาน
พร้อมกับ SuSEใช่ใช่ใช่ใช่ (8)ไม่มี
ลิ้งค์ปกติ, 
ซูเปอร์
vtuncipeOpenVPNpoptop
คุณสมบัติที่ดีที่ได้รับความน่าเชื่อถือที่เชื่อถือได้ (มี 1 ผู้ใช้)สุทธิฉวัดเฉวียนหินแข็ง, การติดตั้งง่ายไมโครซอฟท์จะใช้มัน
คุณสมบัติที่ไม่ดียากที่จะตั้งขึ้น โรคอุจจาระร่วงของล็อกไฟล์ต้องใช้สคริปต์ kludge TCP วิกฤต (5) บัญชีเชลล์ในพื้นที่ป้อมปราการไม่มีโหมด Ad - hocไม่มี (8)ไมโครซอฟท์จะใช้มัน
  1. สำหรับ vtun ผู้ใช้แต่ละคนจะต้อง preassigned ที่อยู่ IP สำหรับอุโมงค์ สคริปต์ได้รับการเขียนแบบไดนามิกกำหนดที่อยู่เหล่านี้เมื่อเริ่มต้นการเชื่อม แต่มัน kludge
  2. การดำเนินการใด ๆ IPSec ควรจะสามารถพูดคุยกับอิสระ / WAN และการทดสอบที่ประสบความสำเร็จ interoperation เป็นที่กว้างขวาง ว่ากันว่า Windows XP สามารถทำเช่นนี้ natively เคอร์เนลโมดูลที่จำเป็นและฉันไม่ทราบว่าสามารถใช้ได้สำหรับ Solaris หรือ Mac OS - X หรือไม่ว่าจะทำงานร่วมกับระบบ UNIX ที่ไม่ใช่ของ MAC OS : มีลูกค้า IPsec ในเชิงพาณิชย์สำหรับ Mac OS - X คือ VPN ติดตามโดย Equinux .
  3. Vtun ใช้อัลกอริธึมการเข้ารหัสลับ (ปักเป้า) จากห้องสมุด SSL แต่ไม่ได้ใช้ SSL เต็มเป่าในการเข้ารหัสช่องทาง มีเพิ่งได้รับการอภิปรายในรายการจดหมาย vtun เกี่ยวกับความอ่อนแอในวิธีการที่เวกเตอร์เริ่มต้นที่จะเลือก(ปัญหาที่คล้ายกันนำไปสู่​​การใช้ประโยชน์กับ 802.11b WEP.) กับปัญหาเดิมมีการกล่าวถึงนำไปใช้กับ cipe
  4. การพัฒนาอิสระ / WAN แบ่งออกเป็นสองสาขา :"บริสุทธิ์"อิสระ / WAN (ซึ่งเป้าหมายทางการเมืองที่มีความสำคัญที่จำเป็นต้องใช้โค้ดที่อาจจะมีข้อ จำกัด ในการส่งออกประเทศสหรัฐอเมริกาที่จะหลีกเลี่ยง), และ"Super"อิสระ / WAN ซึ่งมีแพทช์ สำหรับ (ในหมู่สิ่งอื่น ๆ ) การแลกเปลี่ยนคีย์ X.509 และการตรวจสอบและ NAT traversal แพทช์ NAT เป็นปัจจุบันใน SuSE Linux 8.2 แต่โชคร้ายที่มีความขัดแย้งทางด้านเทคนิคในชุมชนเคอร์เนลเพื่อให้ผู้พิพากษา SuSE มันไม่ฉลาดที่จะนำแพทช์ ESP - in - UDP ที่จำเป็นใน kernel หุ้น คุณจะต้อง recompile kernel ด้วยตัวคุณเองถ้าคุณต้องการมัน
  5. เมื่อ Tunneling TCP ใน TCP เช่นเดียวกับการขุดเจาะอุโมงค์ vtun (หรือสิ่งอื่น) มากกว่าการส่งต่อพอร์ต SSH เมื่อโหลดสูงพอที่จะทำให้แพ็กเก็ตที่ตายในการชนกันของทั้งสองชั้น TCP จะลองใหม่อีกครั้งและผลที่ได้จะเป็นเกินหนีหมายถึง ที่เป็นวิกฤตของ TCP . การดูแลเป็นพิเศษเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อต่อต้านการนี้ซึ่ง SSH ไม่ได้ออกแบบสำหรับ สันนิษฐานระดับ kernel อุโมงค์ IP - in - IP ที่สามารถทำดีกว่า ดูที่ลิงค์นี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  6. ในขณะที่เป็น PoPToP สำหรับ UNIX, Windows (95 และต่อมา) รวมถึงลูกค้า PPTP พื้นเมืองที่ PoPToP interoperates HOWTO กล่าวถึงลูกค้า Mac แต่คุณจะต้องซื้อมัน
  7. ดูที่ลิงค์นี้ เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การรักษาความปลอดภัยในการดำเนินการของ Microsoft PPTP ปัญหาไม่ได้การเข้ารหัสที่อ่อนแอ แต่การตรวจสอบอ่อนแอ ไมโครซอฟท์ได้นำออกใหม่โปรโตคอลการตรวจสอบการปรับปรุงที่ PoPToP interoperates กับ
  8. OpenVPN รุ่น 2.0beta $ N เพิ่งได้รับการปล่อยออกมาเราได้ติดตั้ง N = 5 ในรุ่นนี้เซิร์ฟเวอร์ที่มีสระว่ายน้ำของที่อยู่ IP ที่จะผลักดันให้กับลูกค้าที่ ที่อยู่ IP ของลูกค้าในท้องถิ่นที่ไม่ได้ใช้ โปรโตคอลเป็นภูมิคุ้มกันเพื่อ NAT รุ่น 1.x ต้องอุโมงค์แต่ละที่จะจัดแจงไว้ก่อนโดยใช้ที่อยู่ IP ของลูกค้า รวมถึง SuSE 9.1 - 1.6 OpenVPN ดังนั้นเรากระจาย RPM ของเราเอง 2.0

พูดคุยเพิ่มเติม

อิสระ / WAN
IPSec ถูกแบ่งออกเป็นสนับสนุน kernel สำหรับ AH และ ESP โปรโตคอล (พร้อมรหัส tunneling ที่เกี่ยวข้อง) และคีย์ (ISAKMP) daemon การกระจายอิสระ / WAN ให้เคอร์เนลโมดูลและ hacks SuSE 8.2 (kernel 2.4.20) รวมถึงเหล่านี้ (ยกเว้นเห็นข้างต้นเกี่ยวกับ ESP - in - UDP) IPSec เป็นหลักในขณะนี้ใน kernel เป็น 2.5 ภูต ISAKMP สำหรับอิสระ / WAN เรียกว่า"ดาวพลูโต" คนบอกว่าเป็นคู่แข่งที่"สัตว์คล้ายหมีเล็ก ๆ "(sic) เป็นเพียงที่ดีเป็นและง่ายต่อการตั้งค่า นักพัฒนาอิสระ / WAN จะไม่เห็นด้วย
vtun
ในขณะที่ vtun มีจำนวนของผู้ใช้และสมัครพรรคพวกเกี่ยวกับรายชื่อผู้รับจดหมายของนักพัฒนาที่อยู่ในเสร็จสิ้นโหมดและการตอบสนองต่อการรักษาความปลอดภัยการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้รับการรวดเร็ว สำหรับเราแล้วปัญหาที่ใหญ่ที่สุดกับ vtun เป็นโอกาสในการชนกันของ IP ระยะไกลซึ่งไม่สามารถจัดการ natively มันเป็นที่มุ่งหมายสำหรับใช้กับการเชื่อมต่อไว
cipe
เป็นที่กล่าวถึงมักจะเป็นคล้ายกับ vtun แต่ ดีขึ้นหรือมากขึ้นเหมาะกับความจริง sysadmins จะอธิบายโดยทั่วไปในบริบทของการเชื่อมต่อไว
OpenVPN
มันเป็นมักจะกล่าวถึงในบริบทของคุณจริงๆควรที่จะดูที่ OpenVPN . พวกเขากำลังถูกเราควรและจะ จะใช้ OpenSSL สำหรับ TLS การเข้ารหัสลับที่เกี่ยวกับช่องทางควบคุมป้องกันที่มีการเข้ารหัสช่องทางหลักผ่านทาง UDP และ TUN / TAP สำหรับขุดเจาะอุโมงค์ (หลักใน kernel ที่เขียนขึ้นสำหรับ vtun) สนับสนุน kernel ไม่มีอื่น ๆ เป็นสิ่งจำเป็น อ้างผลการดำเนินงาน : Pentium - 2 266 MHz, TLS/Blowfish/SHA1 ไฟล์ precompressed ขนาดใหญ่ที่อัตราการส่งข้อมูลคือ 1.455 Mby / วินาที ก็สามารถทำ chroot และ / หรือไม่ได้ทำงานเป็นรากและสามารถล็อคข้อมูลที่สำคัญในหน่วยความจำ รุ่น 1.x มีไว้สำหรับอุโมงค์จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่คงที่และจึงถูกออกแบบมาเพื่อมันจะต้องมีการกำหนดค่าส่วนบุคคลสำหรับผู้ใช้แต่ละ เวอร์ชัน 2.0 ประกอบด้วยRoad Warriorการตั้งค่าผู้ใช้หลายคนที่เราต้องการ
PoPToP
PPTP ได้รับการพัฒนาโดย Microsoft และเป็นปัจจุบัน natively ใน Windows ตั้งแต่ Win98 (แพทช์สำหรับ Win95) มันดูเหมือนถูกใช้โดยคนจำนวนมาก ถ้าเซสชัน PPTP มากกว่าหนึ่งจะต้องเข้าไปในกล่อง NAT เดียวกัน (ไม่ได้เป็นสถานการณ์ทั่วไป), มันต้องการการจัดการเป็นพิเศษ; iptables ลินุกซ์รวมถึงโมดูลช่วย PPTP Microsoft จะให้พนักงานของตนกับลูกค้า PPTP ซึ่งไม่เกินกว่าหนึ่งพื้นเมือง; มันสามารถใช้บัตรสมาร์ทสำหรับการตรวจสอบและปฏิเสธที่จะเชื่อมต่อจนกว่าเครื่องจะถึงวันที่แพทช์

สรุปผลการวิจัย

อิสระ / WAN (Super)
ซูเปอร์อิสระ / WAN มีจำนวนคุณสมบัติที่ดีมาก : Crypto เชื่อ; การกำหนดค่าฉันท์เดียวสามารถใช้บนเซิร์ฟเวอร์สำหรับอุโมงค์ทั้งหมดของผู้ใช้; การรักษาความปลอดภัยโดยอัตโนมัติสมาคมจัดตั้งขึ้นใหม่ถ้าแล็ปท็อปถูกระงับชั่วคราวและ reawakened; การตรวจสอบปลายทางคือ ทั้งที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่น เมื่อเร็ว ๆ นี้เคอร์เนล Harlech ถูกคอมไพล์กับ NAT traversal แพทช์ และที่คาดคะเนมัน interoperates กับ Win2k และ WinXP natively เว็บอินเตอร์เฟสในการผลิตที่เป็นใบรับรอง X.509 (still. .. ) ในการทดสอบเบต้า แมลงวันเท่านั้นที่เหลือในครีมที่มีในการกำหนดค่าเริ่มต้นในพื้นที่ห่างไกลจะใช้ที่อยู่ IP ที่สาธารณะ (192.168.1.100) เมื่อเชื่อมต่อระยะไกล งานวิจัยที่ได้ทำเพื่อเรียนรู้วิธีการกำหนดค่า WinXP สำหรับ IPSec และเป็นจริงทำงาน แต่ขั้นตอนจะน่ากลัวเพื่อที่จะดูไม่น่าเชื่อถือที่คาดหวังของผู้ใช้ที่จะทำมัน กว่าปีที่ Mathnet ใช้อิสระ / WAN เฉพาะเป็นวิธีการแก้ปัญหา VPN ของเรา แต่สำหรับในปัจจุบันให้ดูที่การอภิปรายของ OpenVPN ด้านล่าง
vtun
vtun พื้นเมืองต้องกำหนดค่าส่วนบุคคลของอุโมงค์ของลูกค้าแต่ละราย สคริปต์ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ kludge ขึ้นกำหนดที่อยู่แบบไดนามิก ในขณะที่ประสบการณ์ของฉันกับ vtun เป็นสิ่งที่ดีผมกลัวว่ามันจะไม่แข็งแกร่งพอที่เราจะปรับใช้ในการผลิต
cipe
เพราะมันต้องตั้งค่าส่วนบุคคลของอุโมงค์ของลูกค้าแต่ละราย, cipe จะต้องมีการปฏิเสธ
OpenVPN
เราเป็นกำลังใจโดยรุ่น 1.x เพราะแต่ละคนมีอุโมงค์ที่จะกำหนดค่ารายบุคคล แต่เราได้พบว่า v2.0beta5 เป็นเรื่องง่ายที่จะตั้งค่าสำหรับลูกค้าทั่วไปและเซิร์ฟเวอร์ของเราและมีความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง ไคลเอ็นต์ของ Windows โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเลิศ Mathnet ได้ตัดสินเมื่อ OpenVPN เป็นไคลเอนต์ VPN ที่เราจะให้การสนับสนุนกับผู้ใช้ของเรา
PoPToP
PoPToP จะปรากฏขึ้นเพื่อให้การเข้ารหัสที่แข็งแกร่งและที่เคยเป็นโซลูชั่นเดียวที่ natively สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะที่อยู่ IP ของลูกค้าระยะไกล (รุ่นใหม่ OpenVPN นอกจากนี้ยังสามารถทำเช่นนี้.) แต่การตรวจสอบจะกระทำผ่าน PPP, โดยเฉพาะการตรวจสอบไปยังตัวควบคุมโดเมนที่ใช้ Windows (ซึ่ง Mathnet ไม่ได้) สคริปเสริมที่กว้างขวางมีความจำเป็นที่ส่วนท้ายของเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้การทำงานในการเชื่อมต่อเช่นการกรอกข้อมูลในตาราง ARP ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงน่าเสียดายที่มี PoPToP ที่จะปฏิเสธ
 

Pfsense Thailand Copyright © 2011-2012 | Powered by Blogger