Review pfSense 2.0 ALPHA-ALPHA

Wednesday, March 23, 2011
ในที่สุดก็เผยโฉมออกมาแล้วสำหรับ pfSense 2.0 ALPHA-ALPHA ปรัปโครงสร้างใหม่เยอะเลยทีเดียว ประสิทธิภาพดีขึ้น และก็เล่นอยากขึ้นด้วย เล่นเอาผมงงเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรครับ รอให้ตัวจริงออกมาก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง…

Highlight Feature

1. รองรับ L7-Filter คุณสมบัติการกรองระดับ Application Layer โปรแกรม bittorrent ทั้งหลายหนาวแน่งานนี้
2. รองรับคุณสมบัติ Multi-WAN FailOver เมื่อใช้งานคู่กับ Squid Proxy ปกติคุณบัติ LoadBalance FailOver หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วจะได้ Speed 2 Link รวมกันเมื่อทดสอบด้วย Speed Test
Version 1.2.x เมื่อเราติดตั้ง Squid Proxy คุณสมบัติ FailOver จะไม่ทำงาน ความเร็วที่ได้จะเท่ากับ Link เดียวที่กำลังเชื่อมต่อในขณะนั้น เมื่อ Link ใดๆ หลุดจะไม่สลับสายให้, ปัญหานี้จะถูกแก้ใขใน version pfSense 2.0 ครับ
3. รองรับ Traffic Shaper + Muli-WAN ใครที่ใช้ Multi-WAN คงหงุดหงิดที่ไม่สามารถใช้ Traffic Shaper ได้ใช่ไหมครับ ภาวนาให้ pfSense 2.0 – Stable ออกไว้ๆ ละกัน

pfSense 2.0 Screen Shot

pfSense 2.0 Dashboard
pfSense 2.0 Layer7 Filter
pfSense 2.0 Floating Rule


pfSense 2.0 System Logs
สนใจลองของโหลดได้ที่นี่ครับ pfSense 2.0 Alpha

http://www.laontalk.com/2009/08/18/1326

การใช้งาน Transparent proxy

      การใช้งาน Transparent proxy เครื่อง Client จะต้องไม่ติดตั้ง Proxy อันนี้เข้าใจตรงกันนะครับ
      อยากให้ทดลองใหม่ด้วยขั้นตอนง่ายๆ โดยใช้ pfSense 1.2.3 RC1

      1. ติดตั้ง pfsenes และเชื่อมต่อ Internet ให้ได้เสียก่อน

      2. ติดต้ง Squid Proxy โดยเลือกเงื่อนไขตามนี้
      - Proxy interface : LAN
      - Allow users on interface : Checked
      - Transparent proxy : Checked
      - Enable Logging : Checked
      ส่วนอื่นๆ ปล่อยเป็นค่าเริ่มต้นทั้งหมด แล้วทำการ restart เครื่อง
      จากนั้นทดลองเข้า Internet ครับ

      3. ติดตั้ง Light Squid ตามวีดีโอสอน, ถ้าต้องการให้แสดงวันที่ล่าสุดให้ กด Refresh now / Refresh Full
      Log in to Reply
   2.
      areaspk 27 September 2009 at 8:06 pm Permalink

      ผมปฏิบัติตาม VDO ทุกขั้นตอน เคยได้ครับแต่ วันนี้กลับเข้าหน้า login
      Log in to Reply
   3.
      chinna 28 September 2009 at 12:12 pm Permalink

      สอบถามเรื่อง Log หน่อย คืออยากจะส่ง Log ของ Squid ไปเก็บไว้ที่ Kiwi Syslog ด้วยต้อง Config ค่าอย่างไรครับ พอดีหาในเมนูของ Proxy Server ที่ลงใน pfsense แล้วไม่เจอ ช่วยแนะนำหน่อยครับ
      Log in to Reply
   4.
      laontalk 28 September 2009 at 2:51 pm Permalink

      เซ็ตที่ Services -> Proxy Server -> Custom Options
      ให้ใส่ค่าดังต่อไปนี้

      access_log syslog squid

      เสร็จแล้วลองตรวจสอบที่ System Logs -> Portal Auth จะพบรายการของ Proxy Log, เมื่อตรวจสอบบน KiWi Syslog ก็จะมีรายการดังกล่าวเช่นกัน

      ที่มา L i n u x ~ G i r l (o^-^o) แ ส น สุ ข
      http://namojung.blogspot.com/2009/06/squid-log-pfsense-rsyslog.html
      Log in to Reply
   5.
      chinna 29 September 2009 at 10:07 pm Permalink

      ขอบคุณมากๆ ครับ

      รบกวนอีกเรื่องครับ คือผมลง Squid Proxy กับเครื่องที่เป็น LoadBalance(2Wan) ครับ พอลงไปแล้ว LoadBalance จะไม่ทำงานเลย Traffic ออกไปทางขา Wan ทั้งหมด ขา OPT1 ไม่มี Traffic วิ่งเลยเหมือน LoadBalance มันไม่ทำงาน แก้ไขอย่างไรได้บ้างครับ
      Log in to Reply
   6.
      laontalk 9 October 2009 at 11:01 pm Permalink

      Loadbalance Failover ไม่สนับสนุน Squid Proxy, Traffic Shaper ครับ, แก้ไขด้วยการเพิ่ม pfsense เข้ามาอีก 1 เครื่อง
      1 สำหรับ Loadbalance Failover
      1 สำหรับ Proxy Server

      หรือ
      1 สำหรับ Loadbalance Failover
      แล้วใช้ Linux ตัวอื่นทำหน้าที่เป็น Proxy Sever แทนครับ

      หรือ
      ใช้ pfSense 2.0 ครับ แต่ตอนนี้ยังเป็นเวอร์ชั่นทดลองอยู่ คงต้องรอสักพักใหญ่ๆ ถึงจะ stable ครับ
      Log in to Reply
   7.
      dangerman 12 October 2009 at 1:20 am Permalink

      - อยากทราบว่า ทำอย่างไรที่จะให้ pfsense สามารถระบุ speed ของแต่ละ user ให้ไม่เท่ากันได้บ้าง เช่น user A = 1024, user B = 512 อะไรทำนองเนี่ยอ่ะครับ
      - และสอบถามเรื่องการเก็บ log ไม่ทราบว่า โดยปกติ pfsense ก็สามารถเก็บได้อยู่แล้วใช่หรือเปล่าครับ
      - แล้วเวลาจะเอามาตรวจสอบ ต้องดูจากอะไรครับ หรือว่าควรตั้งค่าให้ไปเก็บที่เครื่องอื่น ดีกว่าครับ
      Log in to Reply
   8.
      laontalk 12 October 2009 at 3:50 pm Permalink

      - การกำหนดให้ Bandwidth ของแต่ละ User แตกต่างกัน pfSense ย้งทำไม่ได้ครับ ผมหาวิธีอยู่เหมือนกัน

      - pfSense จะเก็บ syslog ไว้ใน Cache ซึ่งได้แค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น ถ้ามี syslog มาใหม่ก็จะเขียนทับทันที วิธีแก้ไขต้องใช้ Syslog Server มาช่วยครับ
      Log in to Reply
   9.
      dangerman 20 October 2009 at 12:00 am Permalink

      - ปกติ admin จะเป็นผู้เข้ามากำหนด user จะมีการตั้ง user ขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่ ในกรณี admin ไม่ได้เข้ามาทำเอง แต่ไม่อยากให้สิทธิทั้งหมด พร้อมทั้งกำหนดสิทธิว่า ห้ามลบ user แต่เพิ่ม user ได้ pfsense สามารถทำได้หรือเปล่าครับ
      - การกำหนดในแต่ละ user นั้นมีให้ expire แต่สามารถ expire เป็นแบบรายชั่วโมงได้หรือไม่ครับ
      Log in to Reply
  10.
      laontalk 20 October 2009 at 9:49 pm Permalink

      - pfSense 1.2.3-RC1 อนุญาติให้ admin กับ root เป็น User ขั้นเทพแต่เพียงผู้เดียว ลองทดสอบ 2.0 ดูครับ สามารถทำอย่างที่ต้องการได้

      - รู้สึกจะไม่ได้นะครับทั้ง Local Authen & FreeRADIUS กำหนดได้แค่ mm/dd/yy ครับ
      Log in to Reply
  11.
      dangerman 21 October 2009 at 11:08 am Permalink

      - ผมลองลง ver 2.0 แล้ว แต่มันติดอะไรบางอย่างครับ ทำให้ลงไม่ได้ ไม่ทราบว่าพอแนะนำ 2.0 ตัวไหนที่ลงแล้วไม่มีปัญหาหน่อยครับ เพราะที่ผมได้มา มันเป็นตัวล่าสุด แต่ใช้ไม่ได้
      - ส่วนที่ถามว่าให้ expire เป็นรายชั่วโมงนั้น ถ้า pfsense ทำไม่ได้ เราสามารถเพิ่มเติมโดยเอาตัวอื่นใส่เข้าไปได้หรือเปล่าครับ โดยที่ยังคงใช้ pfsense เป็นตัวหลักอยู่น่ะครับ (เพราะไม่อยากไปใช้ตัวอื่น ส่วนตัวชอบ pfsenseครับ)
      Log in to Reply
  12.
      laontalk 22 October 2009 at 12:45 am Permalink

      K.Dangerman

      pfSenes 2.0 ยังเป็น Alpha Alpha อยู่เลย ฉะนั้นยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง แต่เท่าที่ดู Feature แล้วนับว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากเลยทีเดียว คงต้องรออีกสักพักใหญ่ๆ ครับ

      เท่าที่เคยติดตั้งให้ลูกค้า ผมทำแบบนี้ครับ

      case study 1
      - pfSense ตัวที่ 1 ทำหน้าที่เป็น Loadbalance Failover นิ่งดีมากๆ ดีกว่าอุปกรณ์ที่มีขายตามท้องตลาดเสียอีก
      - pfSense ตัวที่ 2 ทำหน้าที่เป็น Proxy Server + User Authentication

      case study 2
      - pfSenes ทำหน้าที่เป็น Loadbalance Failover / Internet Gateway
      - ใช้โปรแกรม Billing เช่น Plawan, iBSG etc. ทำหน้าที่จัดการเรื่อง User Authentication

      *** pfSense ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น Firewall, NAT, VPN มากกว่าเรื่องของ User Authen ฉะนั้นควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานครับ
      Log in to Reply
  13.
      anna 7 November 2009 at 11:09 pm Permalink

      ขอคำแนะนำค่ะ
      ใช้ pfSense key user/password ใช้งานได้ปกติ แต่มีปัญหา คือ
      1. ถ้าจะเข้าเปิด explorer ใหม่ จะต้อง key user/password ใหม่ทุกครั้ง
      2. ต้องการ add user ประมาณ 1000 users จะ dump จาก file excel จะทำอย่างไร
      ขอบคุณค่ะ
      Log in to Reply
  14.
      laontalk 10 November 2009 at 5:22 pm Permalink

      K. Anna

      ช่วยขยายความหน่อยครับ ไม่เครีย์คำถาม
      ข้อ 1. ถ้าจะเข้าเปิด explorer ใหม่ จะต้อง key user/password ใหม่ทุกครั้ง
      Log in to Reply
  15.
      thunyapornd 1 December 2009 at 9:44 am Permalink

      รบกวนผู้รู้หน่อยครับ ไม่ทราบว่าผมจะ ftp เข้าไปแก้ไข หรือ โหลดไฟล์ ใน fpsense ได้ไหมครับ ผมลองหลายวิธีแล้วเข้าไม่ได้ ต้องไปแก้ไขส่วนไหนเพิ่มเติมอีกครับ
      ขอบคุณมากๆครับ ต้องการทราบอย่างมากเลยครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 1 December 2009 at 9:48 pm Permalink

            สามารถทำได้ด้วยโปรแกรม SFTP ผ่าน SSH

            1. System –> Advanced –> Enable Secure Shell
            2. ติดตั้งโปรแกรม WinSCP แล้วทำการ Login ด้วย Root และ Password ของ pfSense
            Log in to Reply
  16.
      thunyapornd 8 December 2009 at 5:25 pm Permalink

      ขอบคุณครับ เข้าได้แล้ว คือผมไปเข้า admin เลยเข้าไม่ได้ ต้องเข้าที่ root ครับ
      Log in to Reply
  17.
      kitti apichayarak 10 December 2009 at 5:40 pm Permalink

      เรียนสอบถามอาจารย์ครับ….
      1.เนื่องจาก ผมลง Squid Proxy + Lightsquid เรียบร้อยใช้งานได้ปกติดี แต่มีปัญหาอยู่ที่ว่า Hard disk ของผม เต็ม คือใช้งาน 100% เพียงแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น ผมใชเพียง 20G ถ้าผมเปลี่ยนมาใช้ 160G จะเพียงพอต่อการใช้งานของ User 20 ราย หรือไม่ครับ มีวิธีแก้อย่างไรบ้างครับ
      2.ผมจะดึง log file จาก server มาเก็บเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมได้อย่างไรครับ ช่วยอธิบายให้ละเอียดนะครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่
      Log in to Reply
          *
            laontalk 26 December 2009 at 1:00 pm Permalink

            — Kitti apichayarak—–

            1. เพิ่ม HDD 160 GB และติดตั้ง Squid Proxy + Lightsquid เพียงพอสำหรับ User 20 รายครับ
            2. การดึง log file จาก Server มาเก็บไว้ที่เครื่องแนะนำให้ใช้โปรแกรม Syslog Watcher ส่วนวิธีการก็ทำเหมือน kiwi syslog นั่นแหละครับ
            3. Proxy Analyzer ยังหาไม่พบตัวที่โดน หรือฟรี ก็ยังคนหากันต่อไป
            Log in to Reply
  18.
      kitti apichayarak 10 December 2009 at 5:46 pm Permalink

      ขออ้างอิงจาก ความเห็นนี้นะครับ
      ไม่ทราบว่าสามารถหาโปรแกรมได้หรือยังครับผม

      23 September 2009 at 12:51 am

      Permalink

      ถ้าต้องการให้ light squid แสดงรายชื่อ Login ด้วย, จะต้องเปลี่ยนไประบบ Proxy Authentication แทนครับ..

      การตรวจสอบคงต้องหลายๆ อย่างรวมกัน เช่น IP Address, MAC Address, syslog เป็นต้น ถึงจะติดตามผู้กระทำผิดได้

      หรืออาจจะต้องใช้โปรแกรมประเภท Proxy Analyzer ตัวอื่นๆ เข้ามาช่วยดึงรายละเอียดจาก proxy logs อีกที ซึ่งเก็บอยู่ที่ /var/squid/log กำลังหาวิธีอยู่ ช่วยกันครับ..
      Log in to Reply
  19.
      Ka_O 15 December 2009 at 4:16 pm Permalink

      อยากเรียนสอบถามครับ ถ้าต้องการให้ client สามารถ ใช้ service sftp โดยผ่าน squid proxy ต้อง configure อย่างไรบ้างครับ

      เช่น ลง Cuteftp บนเครื่อง client ต้องการติดต่อไปยัง hosting แห่งหนึ่ง

      ปล. ไม่ได้ใช้เป็น Transparent Proxy ครับ
      Log in to Reply
  20.
      Torujung 15 December 2009 at 4:40 pm Permalink

      เรียนสอบถามครับ ถ้าให้ client ใช้ service SFTP ออก internet โดยผ่าน Squid proxy ต้องมีวิธีการ configure อย่างไรบ้างครับ

      ปล. ไม่ได้ทำเป็น Transparent Proxy ครับ

      ขอรบกวนด้วยครับ
      Log in to Reply
  21.
      Torujung 15 December 2009 at 4:44 pm Permalink

      ถ้าต้องให้ client ใช้ service SFTP (port 22) ออก internet โดยผ่าน squid proxy ต้อง configure อย่างไรบ้างครับ

      ปล. ไม่ได้ใช้ Tranparent proxy ครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 26 December 2009 at 1:12 pm Permalink

            — Torujung —-

            โปรแกรม Client ส่วนใหญ่ จะมี Option สำหรับกำหนดค่า Proxy Setting, หรือเลือกใช้ค่า Proxy Setting เดียวกันกับ Internet Explorer, หรือ กำหนด Bypass หมาลเลข IP Address ที่ Squid Proxy เพื่อให้ใช้งาน Internet โดยไม่ผ่าน Proxy ก็ย่อมได้เช่นกันครับ
            Log in to Reply
  22.
      nop_dol 18 December 2009 at 2:37 pm Permalink

      ตอนนี้ที่โรงเรียนผมได้ลง pfsense 1.2.3rc3 ใช้ captive portal ทำ authen user ใช้แบบ local ครับ
      ทีนี้อยากจะทราบว่า user ไหนเข้าเว็บอะไรบ้าง จะดู log ได้ที่ไหนครับ มีวิธีทำไหมครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 26 December 2009 at 1:06 pm Permalink

            — nop_dol—

            Captive portal user authentication ไม่สามารถเก็บ log เป็น user login ได้ครับ, จะทราบ MAC address กับ IP Address เท่านั้น

            ถ้าต้องการให้ Lightsquid แสดงชื่อ Login จะต้องใช้ Squid proxy Authentication ครับ แต่จะไม่สามารถใช้ Transparent Proxy ได้,
            และเราต้องเสียเวลาไปกำหนด Proxy Setting ให้กับคอมฯ ทุกเครื่องด้วย
            Log in to Reply
  23.
      MegaTron 26 December 2009 at 12:34 pm Permalink

      ขออภัยด้วยนะครับถ้าเขียนผิดที่ พอดีติดปัญหาอยู่ว่าเวลาผมแก้ไฟล์ squid.conf ของผมจะอยู่ที่ /usr/local/etc/squid แต่พอแก้ไขเสร็จผมสั่งให้เครื่อง restart ในรูปแบบต่าง ๆ สุดท้ายมันก็กลับคืนค่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นสั่งจาก pfsense console setup => 5. reboot system หรือจะเป็นการสั่งแบบ shutdown -r now ก็ไม่ได้ เคยอ่านเจอว่าต้องแก้ไขใน command เท่านั้น และสั่งจาก command ด้วย ขนาดตอน edit ผมก็ใช้ vi ไม่ได้แก้ไขใน webUI เลย ตอนนี้ก็ลองมาหมดแล้วครับทั้งใช้ shh มา copy ไฟล์ squid.conf มาแก้ไขด้วย nodpad ข้างนอกแล้วพอ replace ทับไป ก็ใช้งานได้ คือ จำค่า แต่พอ restart service (squid)มันก็กลับไปเป็นค่า defaut อยู่ดี ที่ผมแก้ squif.conf ก็คือ จะไปแก้ไขเวลาที่ squid เก็บ log ให้มันเป็นเวลาที่อ่านได้ครับ และเคยออ่านเจอมาว่าไฟล์ squid.conf จะต้องไปแก้ไขที่ไหนซักที่ แต่ไม่ใช่ตรงนี้ เพราะหาก restart แล้วมันจะไปเอาค่าเดิมอีกที่ ที่เป็นค่า default มาใช้งานทุกครั้ง ยังไงใครทราบตรงนี้ช่วยบอกด้วยนะครับ
      ปล.ขอบคุณล่วงหน้าครับ
      Log in to Reply
  24.
      ชัยชนะ 26 December 2009 at 5:29 pm Permalink

      เรียนสอบถามอย่างนี้ครับ..
      ผมติดตั้ง squid แล้ว เว็บ gmember ไม่เล่นเพลงครับ ถอน squid ออกแล้วใช้ได้ ไม่ทราบว่าต้องแก้ตรงไหนครับ หรือต้องการทำการ bypass ยังไงครับ
      Log in to Reply
  25.
      MegaTron 27 December 2009 at 1:40 pm Permalink

      reboot ใน commandline กับ reboot ที่ webgui ต่า่งกันหรือไม่ครับ เพราะบางท่านบอกว่า reboot ที่ web จะทำให้ค่าที่ set ไว้กลับมาเป็นค่า default เดิมอีก แล้วการใช้คำสั่ง shutdown – r now ที่ commandline จะมีผลต่างกันหรือไม่กับการใช้ reboot system ที่ console (ข้อ 5)เท่าที่ผมทดลองทำมาทั้งหมดค่าที่แก้ไขจะกลับเป็นค่า default โดยทดลองจากไฟล์ squid.conf และแก้ไขหน้า captive portal มันกลับมาเป็นของเกดิมหมดเลยครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 29 December 2009 at 1:26 am Permalink

            ผมยังไม่เคย Reboot หรือ Shutdown ผ่าน command line นะครับ เพราะเครื่อมือที่ให้มาก็สะดวกที่สุดแล้ว ทัั้ง WebGUI หรือ Console Setup หรือจะ Remote by PuTTY

            และการ reboot / shutdown ตามปกติจะไม่มีการ Reset ค่าใดๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่เลือกคำสั่ง Factory defaults จึงจะถูก Reset ไปสู่ค่าเริ่มต้นครับ

            ถ้าท่านใช้ Command line แล้วมีปัญหา แนะนำว่าควรใช้เครื่องมือที่ pfSense จัดไว้ให้ดีกว่าครับ
            Log in to Reply
  26.
      MegaTron 29 December 2009 at 11:22 am Permalink

      ขอบคุณมากครับที่ให้คำแนะนำ ผมว่าที่เป็นผมอาจจะใช้ v.1.2 ก็เป็นได้ครับ คงจะต้อง up เป็น v. 1.2.3 น่าจะหาย ส่วนการ upgrade นี่จะค้องลงใหม่สถานเดียวหรือว่า up ผ่าน firmware ได้หรือไม่ แล้วถ้าได้ ค่าที่เคยปรับแต่งไว้ในระบบจะหายไปด้วยหรือไม่ครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 7 January 2010 at 11:56 am Permalink

            – K.MegaTron –

            ก่อน update ทุกครั้งควร Backup Configuration ไว้ก่อนนะครับ
            เผื่อผิดพลาดจะได้ไม่ต้องเสียเวลา Config ใหม่

            แนะนำว่าควรเลือก Backup ทีละรายการ และบันทึกเป็นไฟล์เก็บไว้ก่อน

            ลิงค์สำหรับโหลดไฟล์ Update
            http://mirror.qubenet.net/mirror/pfsense/updates/

            ขั้นตอนการ update
            System > Firmware > Enable firmware upload
            Log in to Reply
  27.
      Firstknight 5 January 2010 at 12:46 am Permalink

      มือใหม่ ขอคำแนะนำหน่อยครับ
      ผมพื่งหัดใช้ pfsense ตอนนี้มีปัญหา squid มีปัญหาอยู่ที่ว่า Hard disk ของผม เต็ม คือใช้งาน 100%
      และไม่สามารถแก้ไข Proxy Server ขื้นข้อความแบบนี้อ่ะครับ

      Warning: main(/usr/local/pkg/squid.inc): failed to open stream: No such file or directory in /usr/local/www/pkg_edit.php on line 53 Fatal error: main(): Failed opening required ‘/usr/local/pkg/squid.inc’ (include_path=’.:/etc/inc:/usr/local/www:/usr/local/captiveportal:/usr/local/pkg’) in /usr/local/www/pkg_edit.php on line 53
      Log in to Reply
          *
            laontalk 7 January 2010 at 12:00 pm Permalink

            – k.Firstknight –

            ไม่ทราบว่าใช้ HDD ความจุเท่าไหรครับ

            แนะนำว่าอย่างน้อย HDD 80GB, RAM 512 MB (ขึ้นไป)

            เพื่อแก้ไขอาการดังกล่าวให้ Reset to factory defaults
            แล้วทำการติดตั้ง Package ใหม่ครับ
            Log in to Reply
  28.
      Firstknight 7 January 2010 at 1:09 pm Permalink

      ใช้ HDD 40 GB RAM 512 ครับ ถ้าผม Remote ไป Reset to factory defaults แล้วจะสามารถ Remote ติดตั้ง Package ใหม่ได้ไหมครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
      Log in to Reply
  29.
      frv.soft 21 January 2010 at 3:43 pm Permalink

      ถ้าต้องการให้ Lightsquid แสดงชื่อ Login จะต้องใช้ Squid proxy Authentication ครับ แต่จะไม่สามารถใช้ Transparent Proxy ได้,
      และเราต้องเสียเวลาไปกำหนด Proxy Setting ให้กับคอมฯ ทุกเครื่องด้วย

      >> และมีซอฟแวร์หรือ OS ตัวไหนที่ช่วยจัดการตรงนี้ได้บ้าง แบบที่สามารถทำ Transparent Proxy ได้ด้วย ถ้ามีรูปเน็ตเวิร์คคราวๆ จะดีมากเลย ช่วยแนะนำด้วย ครับ
      Log in to Reply
  30.
      laontalk 22 January 2010 at 2:50 am Permalink

      เรียนตามตรงว่าคงไม่ได้ทั้งหมดอย่างที่ต้องการ Solution ของผมทำแบบนี้

      - pfSense + Squid Transparent proxy + lightsquid + captive portal
      - Windows OS + Syslog Watcher

      ถึงแม้ LightSquid จะไม่รายงาน User Login แต่ Syslog Watcher มีรายงานครับ
      Log in to Reply
  31.
      snn_dd 10 February 2010 at 8:52 pm Permalink

      ขอสอบถามนิดนะครับ พอดีเพิ่งหัดเล่น ตัว Squid พอเล่นไปสักพัก เครื่องลูกจะออกเน็ตไม่ได้ ต้องเอา squid ออก จึงจะเข้าเน็ตได้ ไม่ทราบว่าเป็นเพระอะไร ต้องแก้ไขตรงจุดไหนคับ ขอบคุณคับ
      Log in to Reply
  32.
      tarn111 17 March 2010 at 2:10 pm Permalink

      ลง squid version 2.7 แล้ว reboot system แต่กลับใช้งานอินเตอร์เน็ตไม่ได้

      ใส่ # หน้า kern.ipc.nmbclusters=”0″แต่ก็ยังเล่นอินเตอร์เน็ตไม่ได้

      ไม่ทราบว่า ติดปัญหาอะไร ตรงไหน รึป่าว ค่ะ

      หรือมีวิธีแก้ไขยังไง ค่ะ

      ขอบคุณค่ะ
      Log in to Reply
  33.
      Danae Limardi 30 March 2010 at 7:02 pm Permalink

      Another great article with good points, We’ve been a lurker here for quite a while but hope to be far more involved from now on.
      Log in to Reply
  34.
      EAK CHiang Mai 1 September 2010 at 10:13 pm Permalink

      มีโหลดบาลานด์ อยู่แล้ว อยากเพิ่ม squid proxy ต้องทำไงครับ
      ขา LAN ของ โหลดบาลานด์ 192.168.1.1 ต่อเข้าขา WAN ของ squid proxy คอมอีกเครื่องนึง
      ปัญหาคือ
      1. ขา WAN ของ squid proxy ต้องเซ็ต ip อะไรครับ ?
      2. ขา LAN ของ squid proxy ต้องเช็ต ip อะไรครับ เป็น ip เดียวกับ ขา LAN ของตัวโหลดบาลานด์ได้หรือไม่?

      ขอบคุณครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 2 September 2010 at 5:11 pm Permalink

            ลองทำตาม Network Diagram ดูนะครับ

            lbwithproxy.jpg
            Log in to Reply
  35.
      rct_k11 6 September 2010 at 12:56 pm Permalink

      ต่อครับ….
      ลองเซ็ตไอพีเหมือนที่พี่บอกแล้ว เชื่อมต่อดูระหว่าง LAN(10.10.0.1) กับ WAN (10.10.0.2)
      ปรากฏว่ามันไม่เชื่อมต่อกันอ่ะครับ ไฟแสดงสถานะของการ์ดแลนด์ไม่ติดเลย เป็นเพราะอะไรอะครับ?
      เลยลองเอา LAN (10.10.0.1) ไปเชื่อมต่อกับสวิตช์ก่อนแล้วต่อจากสวิตช์เข้า WAN (10.10.0.2)ก็ไม่ติดอีกครับ? ผมว่าก็ทำถูกขั้นตอนทุกอย่างนะ มันเป็นเพราะอะไรหรอครับ ชี้แนะหน่อยครับ..

      ขอบคุณครับ
      Log in to Reply
  36.
      EAK CHiang Mai 9 September 2010 at 5:22 pm Permalink

      ทำได้แล้วครับพี่
      เปิด DHCP แล้วใช้สวิตช์ ช่วยเชื่อมต่อระหว่าง LAN(โหลดบาลาน) กับ WAN(proxy) ครับ
      ละก็อยากให้พี่ช่วยดูสเปคคอมที่ใชช้หน่อยว่าไหวรึป่าว
      ผมใช้ CPU 800 Mhz Ram 256 HDD 10 G
      ไม่รู้จะเก็บ cache ได้กี่วัน เหอๆ

      ปล.
      ไม่รู้จะพูดยังไง ขอบคุณพี่มากกกกกกกกกๆๆๆ ที่ให้คำแนะนำครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 15 September 2010 at 12:11 am Permalink

            ยินดีด้วยครับ…
            Log in to Reply
  37.
      nantawan 19 September 2010 at 8:32 pm Permalink

      การเก็บ log file ตั้งค่าตามข้างบนแล้วค่ะ
      แต่ไม่เป็นมี log ส่งมายัง kiwi syslog เลย
      ลอง syslog watcher แล้วก็ยังไม่ได้เหมือนกันค่ะ
      รบกวนช่วยตอบหน่อยนะค่ะ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 29 September 2010 at 9:19 am Permalink

            เครื่อง Remote syslog server จะต้องกำหนด IP Address ด้วยนะครับ ตามตัวอย่างคือ 192.168.10.150 และติดตั้งโปรแกรม syslog watcher

            กำหนดแค่นี้เองก็น่าจะใช้ได้แล้วนะครับ
            Log in to Reply
  38.
      aloneguy 3 October 2010 at 11:20 am Permalink

      ขอสอบถามดังนี้ครับ
      ในกรณีต้องการ add user คราวละมาก ๆ ต้องทำอย่างไรครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 5 October 2010 at 5:36 pm Permalink

            รู้สึกจะทำไม่ได้นะครับ ผมก็หาวิธีอยู่เหมือนกัน
            Log in to Reply
  39.
      EAK CHiang Mai 21 October 2010 at 6:44 pm Permalink

      พี่ครับ squid proxy เริ่มมีปัญหาครับ
      1. ใช้ไปแล้วซักพักมันเริ่มจะเข้าเว็ปที่เป็น https:// เช่น hotmail, facebook , hi5
      อะไรพวกนี้อืดมากครับ เป็นเพราะอะไร เหรอครับ มีวิธีแก้มั้ยครับ
      2. ตอนนี้รู้สึกว่า Disk usage เริ่มจะเต็มละครับ ถ้าเต็มแล้วจะทำยังไงดีครับ

      ขอบคุณครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 28 October 2010 at 1:33 am Permalink

            ลองแก้ไขตามนี้ดูครับ

            http://doc.pfsense.org/index.php/Squid_Package_Tuning
            Log in to Reply
  40.
      EAK Chiang Mai 25 October 2010 at 9:30 pm Permalink

      อีกปัญหาหนึ่ง ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนผมบ้าง
      คือ เข้าเล่น camfrog ได้แต่ส่องดูคนอื่นไม่ได้
      แต่ถ้าไม่ใช้ proxy ส่องคนอื่นได้ปกติ
      เป็นเพราะอะไร เกี่ยวกับพอร์ตรึปล่าวครับ…….
      Log in to Reply
  41.
      dangerman 21 November 2010 at 4:11 pm Permalink

      ผมใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาครับ squid + light squid >> set transparent proxy ทุกอย่างเยี่ยม เก็บ log user ที่ไปเวปต่าง ๆ download file size

      แต่มีปัญหาอย่างนึงครับ ถ้าอยากจะกำหนดว่าไม่ให้ download ไฟล์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 50M ขึ้นไปห้าม download จะ set ที่จุดไหนครับ เพราะตอนนี้ block bit ได้แต่ เข้าไป download youtube ได้ ไฟล์ใหญ่มาก ๆ เป็น 100++M ทำให้ทั้งระบบอืดไปหมดครับ ดู RRD graph ก็นิ่งยาวเลย บางครั้งต้อง reboot เพื่อให้ user นั้นหลุดไป
      รบกวนหน่อยครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 26 November 2010 at 10:37 am Permalink

            วิธีนี้ผมยังไม่เคยลองครับ ศึกษาดูตามนี้ละกัน

            http://forum.pfsense.org/index.php?topic=16976.0
            Log in to Reply
  42.
      coy 23 December 2010 at 11:40 am Permalink

      ติดตั้ง squid ใหม่ไม่ได้ ครับ service ไม่ทำงาน ค้างอยู่ตรงนี้
      Removing package…
      Loading package configuration squid.xml…
      Loading package instructions…

      จะมีข้อความนี้อยู่ใต้ หน้า web

      Warning: delete_package(/usr/local/pkg/squid.inc): failed to open stream: No such file or directory in /etc/inc/pkg-utils.inc on line 754 Fatal error: delete_package(): Failed opening required ‘/usr/local/pkg/squid.inc’ (include_path=’.:/etc/inc:/usr/local/www:/usr/local/captiveportal:/usr/local/pkg’) in /etc/inc/pkg-utils.inc on line 754

      มีวิธีการติดตั้งแบบ command line มั้ยครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 5 January 2011 at 12:18 am Permalink

            ลอง remove package แล้วติดตั้งใหม่ได้หรือป่าวครับ, ถ้ายังไม่ได้ให้ลอง Re-install pfsense แล้วติดตั้ง Squid ก่อนใครเลย…
            Log in to Reply
  43.
      dangerman 4 January 2011 at 9:48 am Permalink

      พี่ admin ครับ ผมขอค่า config ที่เหมาะสมหน่อยครับ
      ผมใช้ server xeon ram 2GB hdd 250GB รองรับ user 150 คน

      Hard disk cache size = ? (now 4096)
      Hard disk cache system =? (now aufs)
      Memory cache size =? (now 640)
      Minimum object size =? (now 0)
      Maximum object size =? (now 4)

      ขณะนี้ uptime 21:30
      memory usage 73% (ถ้าตรงนี้ถึง 100% มันจะเป็นยังไงครับ แล้วจะแก้ไขได้ป่าวครับ ผมสังเกตว่าถ้าไม่ใช้ squid มันจะน้อยมาก ๆ ไม่ถึง 10%)
      disk usage 1%

      รบกวนหน่อยครับ
      Log in to Reply
  44.
      kcom 4 February 2011 at 2:11 pm Permalink

      สอบถามการตั้งค่า squidgard ใน pfsense 1-2-3 rc1ครับ เพื่อจะblock web ต่างๆๆ เช่นเกม
      ผมทำให้โรงเรียนครับ แต่เพิ่งศึกษาครับ ผมดาวโหลดติดตั้งเสร็จแล้วครับ แต่คอนฟิกไม่เป็นครับ ขอคำแนะนำ
      ด้วยครับ ขอบคุณครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 9 March 2011 at 2:34 am Permalink

            ลองศึกษาตามนี้ครับ…
            http://doc.pfsense.org/index.php/SquidGuard_package
            Log in to Reply
  45.
      matrixprew 19 February 2011 at 6:29 pm Permalink

      ผมจะเข้าดู log แล้วไม่สามารถดูได้ครับ ขึ้นแบบนี้

      LigthSquid diagnostic.
      Error : report folder ‘/var/lightsquid/report’ not contain any valid data! Please run lightparser.pl (and check ‘report’ folder content)
      Please check config file !

      แก้ใขยังไงดีครับ
      Log in to Reply
          *
            laontalk 9 March 2011 at 2:30 am Permalink

            แสดงว่า /var/lightsquid/report ยังไม่มีข้อมูล ให้กดปุ่ม refresh full หรือ refresh now
            Log in to Reply
  46.
      matrixprew 21 February 2011 at 8:49 am Permalink

      พอเวลาผม ล็อกอินเข้า คอนฟิกค่าจะฟ้องบนเวปว่า
      Warning: Illegal offset type in /etc/inc/interfaces.inc on line 3468 Warning: Illegal offset type in /etc/inc/interfaces.inc on line 3468 Warning: Illegal offset type in /etc/inc/interfaces.inc on line 3468

      แก้ใขยังไงดีครับ


Form   http://www.laontalk.com/2009/02/20/789

การแก้ไขปัญหา pfSense – Squid Proxy ทำงานช้า

สาเหตุที่ pfSense + squid proxy ทำงานช้าเนื่องจาก pfSense ถูกตั้งค่าเริ่มต้นสำหรับทำหน้าที่เป็น Firewall Internet Gateway เมื่อเราลง package เสริมก็เลยอืดๆๆ อย่างที่เจอกัน ตอนนี้มีวิธีแก้แล้วครับ..
1. ใช้โปรแกรม Putty สำหรับ Remote ไปยัง Text Mode และเลือกข้อ 8 เพื่อเข้าสู่ Shell, จากนั้นเปิดไฟล์ ด้วยคำสั่ง vi /boot/loader.conf ตามภาพเลย

2. ปรับแต่งค่างต่าง ๆ ตามนั้น การ ยกเลิกคำสั่งให้ใส่ เครื่องหมาย # ด้านหน้า
จริงๆ แล้ว kern.ipc.nmbclusters=”0″ จะลบทิ้งก็ได้นะ

Speed Test โดยไม่ผ่าน Proxy


Speed Test ผ่าน Proxy หลังจากปรับแต่งแล้ว


** ตอนนี้กำลังใช้อยู่ รู้สึกว่าเร็วขึ้นเยอะเลยครับพี่น้อง…. จับภาพ before + after มาดูบ้างนะ

ติดตั้ง Pfsense + Squid + squidGuard + lightsquid

Thursday, February 10, 2011
บันทึกฉบับนี้เขียนถึงการติดตั้งและคอนฟิกซ์ Squid ทำงานร่วมกับ squidGuard (เป็นตัวกรองเว็บ) และ lightsquid (เป็นตัวเก็บสถิติ)

หลัง จากติดตั้งและคอนฟิกซ์ pfSense เรียบร้อยแล้ว ทำการเพิ่ม add-on ที่จำเป็น ในที่นี้คือ proxy server ที่มีความสามารถสูง คือ Squid และโปรแกรมเสริมสำหรับ Squid ในการกรองเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ (content filter) คือ squidGuard ที่ช่วยให้การบล็อกเว็บทำได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

การ เพิ่ม package ของ Squid และ squidGuard ให้เข้าไปที่เมนู System -> Packages แล้วติดตั้งทั้ง 2 โปรแกรม แล้วทำการคอนฟิกซ์ สำหรับกรณีของผมทำดังนี้
1.Squid ไปที่เมนู Service -> Proxy Server
Proxy server: General settings
Proxy Interface : LAN
Allow user on interface : check
Transparent proxy : check
Do NOT proxy Private Address Space (RFC 1918) : check
Enabled logging : check (โปรแกรมจะเลือกที่เก็บ log ให้ คือ /var/squid/log)
Proxy port : 3128 (หรือ 8080 ก็ได้)

(นอกนั้นว่างไว้...)
กด Save

Proxy server: Cache managementHard disk cache size : 10000 MB. (ตอนแรกโปรแกรมกำหนดให้ 100 MB. ทั้งนี้ผมเพียงทดสอบเท่านั้น)
Hard disk cache location : โปรแกรมตั้งให้เป็น /var/squid/cache
Memory cache size : 180 (RAM 512 / 3 = 170.66 ผมเลือก 180 อิๆ...)

(นอกนั้นว่างไว้...)
กด Save

2.squidGuard ไปที่เมนู Service -> Proxy Content Filter

Proxy Content filter SquidGuard: General settings Enable : check กด Aply
Blacklist : check (เป็นการเรียกใช้ไฟล์ blacklist ที่บรรจุเว็บที่ต้องการบล็อกไว้ ซึ่งจะเก็บไว้ที่ /var/db/squidGuard/)


(นอกนั้นว่างไว้...)
กด Save



Proxy Content filter SquidGuard: Default
Default destination : เลือก deni เป็นบางอัน...หรือจะทั้งหมดก็ได้ แต่อันสุดท้ายต้องเป็น Allow


Not to allow IP addresses in URL : check
Enable log : check (ไม่ check ก็ได้ เป็นการบันทึก log)

แค่นี้เองเหรอ...ทำไมมันง่ายจังหว่า..???

หมายเหตุ // work around
เรา สามารถเก็บสถิติการใช้งานโดยเพิ่ม lightsquid เข้าไป โดยเมื่อได้ลองใช้ดูแล้วพบว่ามีบันทึกที่ค่อนข้างใช้ได้ และมีข้อสังเกตุดังนี้
  • หากเราไปตั้งค่าให้ rotate squid log มันจะเพิ่มคำสั่งใน crontab อัตโนมัติ...
    สำหรับผมได้ตั้งค่าให้ rotate ทุกวันศุกร์ ปรากฎว่าใน crontab จะมีบรรทัดเพิ่้มเข้ามาดังนี้...

    0 0 * * */1 root /usr/local/sbin/squid -k rotate > /dev/null
    
    รูปแบบ
    #minute hour    mday    month   wday    who      command
    
    ผลคือ  lightsquid ไม่ยอมทำงานในวันถัดไป  ต้องกด refresh ในหน้า lightsquid แฮะ....
    
  • ลองแก้ crontab ให้แบ็คอัพ access.log (ใช้คำสั่ง cp /var/squid/log/access.log /home/shared/$DATE-access.log
    แต่ในการบู๊ตเครื่องครั้งต่อไป  pfsense จะลบบรรทัดที่เราเพิ่มใน crontab ทิ้งไป  ตอนนี้ยังหาวิธีการอยู่
  • ลอง เอาคำสั่ง rotate จาก lightsquid ออก และกำลังรอดูผล...ปรากฎว่า ต้องกด refresh เหมือนเดิม...(ถ้าไม่ถึงชั่วโมง lightsquid จะไม่บันทึกผล โดยกรนีนี้ตั้งค่าให้เก็บ log ทุก 1 ชั่วโมง ผลคือ หากมีคำสั่ง rotate พอเปิดเครื่อง จะไม่เก็บ access.log แต่พอเอาคำสั่ง rotate ออก มันเริ่มเก็บทันที ...ยังแปลกใจอยู่...)
  • ลองเอาคำสั่ง cache_swap_low 90, cache_swap_high 95 ออก (cache_swap_low 90 เริ่มเก็บ cache เมื่อพื้นที่ 90 % ของ disk cache ที่ตั้งไว้, และเก็บจนถึง 95 % ของ disk cache) เดาว่าคำสั่งนี้อาจทำให้ squid ไม่ยอมเก็บ cache เพราะเราตั้ง cache ไว้ที่ 1000 MB. แต่ตอนนี้ใช้พื้นที่ไปเพียง 500 MB. คือ 50 % จึงยังไม่ถึง cache_swap_low ที่ตั้งไว้ 90 %
  • รอดูผล...access.log เริ่มเก็บแล้ว....
สรุป
  • การเก็บ log ด้วย lightsquid ต้อง เอา cache_swap, rotate ออก ...???
21 มิย. 51
  • เปิดเครื่องแล้ว squid ไม่เก็บ log เลย (access.log) ไม่ update
  • พอแก้ไขค่าอะไรซักอย่างใน squid แล้ว save มันก็เริ่มทำงาน....lightsquid เริ่มเก็บ (แปลว่าตัวแปรหลักคือ squid ไม่ใช่ lightsquid
  • ข้อสันนิษฐานที่ผ่านมาอาจผิดหมด...ตอนนี้ปัญหาที่ access.log ไม่เก็บนั้น คงมาจาก squid ที่เดียว...
  • ศึกษาขั้นตอนการทำงานของระบบ...
    ตอนบู๊ตเครื่องนั้นระบบจะเรียก squid จาก /usr/local/etc/rc.d/squid.sh ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

    #!/bin/sh
    # This file was automatically generated
    # by the pfSense service handler.

    rc_start() {
    if [ -z "`ps auxw | grep "[s]quid -D"|awk '{print $2}'`" ];then
    /usr/local/sbin/squid -D
    fi

    }

    rc_stop() {
    /usr/local/sbin/squid -k shutdown
    # Just to be sure...
    sleep 5
    killall -9 squid 2>/dev/null
    killall pinger 2>/dev/null

    }

    case $1 in
    start)
    rc_start
    ;;
    stop)
    rc_stop
    ;;
    restart)
    rc_stop
    rc_start
    ;;
    esac
25 มิ.ย. 51
ระบบมันทำงานอยู่นะ...เอ...มันยังไงหว่า รึว่าเราคิดมากไปเอง...???

26 มิ.ย. 51
ได้ทำ custom error page แล้ว...วิธีการจะมา update วันหลัง....

การใช้งาน PFSENSE

Wednesday, December 8, 2010
การใช้งาน PFSENSE

การเรียกใช้งานให้เราเปิด IE  เครื่องลูกข่ายของเราแล้วเรียก [url=http://IPAddress]http://IPAddress[/url]  เช่น  [url=http://192.168]http://192.168[/url].1.1  จากนั้นให้เราใส่  username : admin   Password: ที่เราต้องไว้ ก็จะพบหน้าจอหลัก ดังรูป

จากรูป จะบอกสถานะของระบบ (System Information)

สถานะของ LAN Card
ใช้ในการดูว่า LAN Card  ของเราทำงานอยู่หรือไม่ ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู status+ Interfaces จะพบหน้าจอ ดังรูป


ปริมาณข้อมูล ( Bandwidth )
ใช้ ในการดูว่าปริมาณข้อมูล (ฺBandwidth)  ของเราในแต่ละวันเป็นอย่างไร โดยจะใช้โปรแกรม RRD ซึ่งแถมมาให้  ซึ่งสามารถทำโดยการคลิกไปที่ เมนู status+ RRD Graphs จะพบหน้าจอ ดังรูป


สถานะของ Service
ช้ในการดูว่า Service   ของเราทำงานอยู่หรือไม่ ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู status+ Services จะพบหน้าจอ ดังรูป


ดู Log File
ใช้ในการดู Log File   ของเรา ทำโดยการคลิกไปที่ เมนู Diagnostics+System logs จะพบหน้าจอ ดังรูป





ใขปัญหาเมื่อทำ Traffic Shapper บน PFSense แล้ว MSN Login ไม่ได้

Tuesday, December 7, 2010
ออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่เซียนแต่ประการใด เป็นแค่มวยวัดนะครับ เอาประสพการณ์ที่เคยใช้มาแชร์กัน
หลัง จากที่ใช้ PFSense มานาน รวมถึงหลอกให้คนอื่นใช้ตาม ทำให้คนอื่นใช้ด้วย ก็เล่น Module โน่น นี่ นั่น ไปเรื่อย ช่วงหลังๆมานี่ เล่นโมดูล Traffic Shapper เพื่อจำกัดการใช้โปรแกรมจำพวก *Torrent ต่างๆ  มันก็ Work ดีครับ แต่มักมีปัญหากับ MSN ซึ่งมักจะ Log in ไม่ได้ หรือถ้าได้ก็ต้องใช้ความพยายามสูงมากในการ Log in
วันนี้ก็เช่นเคย หลังจากที่ MSN Log in ไม่ได้ ก็มายกเลิกกฏ Traffic Shapper ออกแล้วทำใหม่ เพื่อลองเล่นไปเรื่อย หาคำตอบไปด้วย (เผื่อเจอคำตอบ) กะว่าถ้าไม่ work ยังงัยก็จะไปใช้ Endian Firewall แล้ว
ด้วยความบังเอิญ ตอนตั้งค่า Traffic Shapper อยู่ ก็สังเกตุคำอธิบาย (ภาษาอังกฤษ) ช่วงหนึ่ง  ในภวังค์นั้นเองก็เกิดปัญญาแจ่มจรัสขึ้นมาทันใด  ...  อาฮ้า  ตรงนี้รึป่าววะ ที่มันทำให้ติดปัญหา   มาลองดูกันครับ  ใครที่ใช้อยู่ ช่วยผมทดสอบด้วยแล้วกัน
อันดับแรก เข้าเมนู Firewall --> Traffic Shapper


แล้วก็ Remove Wizard เพื่อลบกฏที่เคยตั้งไว้ออกไปก่อน

กลับเข้าเมนู Firewall --> Traffic Shapper อีกครั้ง จะเจอหน้าจอแบบนี้ ก็กด Next ต่อไปเลย

จะเจอหน้าจอแบบนี้ เป็นการกำหนดค่าความเร็ว Download / Upload ของเรา

ต่อไป หน้า Voice Over IP (โทรศัพท์ผ่าน Net) อันนี้ผมไม่ได้ใช้

หน้า Penalty Box ไม่ได้ใช้ครับ (ไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกัน)

แล้วก็มาถึงหน้าสำคัญที่ผมไม่ได้ดูให้ดีซะก่อน จริงๆก็ทำแบบมั่วๆเอา ไม่ได้อ่านก่อนนั่นแหละ
หน้า Peer to Peer Networking
ตรงนี้ถ้าจะจำกัดการใช้โปรแกรม *Torrent ต่างๆ ก็มาเซ็ทค่ากันตรงนี้
ทำเครื่องหมาย / เพื่อ enable ซะ
ถัดลงไป p2pCatchall ไม่ต้องทำเครื่องหมาย / 
แปลได้ว่าโปรโตคอลอื่นๆที่ไม่มีอยู่ในหมวดต่างๆด้านล่างนี้ ให้จัดเป็นประเภท Peer to Peer

ถ้าเราทำเครื่องหมาย / ตรงนี้แล้ว โปรโตคอลที่ MSN ใช้ จะถูกจำกัดไปด้วยนั่นเอง
ซึ่งแต่ก่อนผมจะติ๊กเครื่องหมายตรงนี้ด้วย  คิดว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ MSN ใช้งานไม่ได้ไปด้วยนั่นเอง

ถัดลงได้ BandwidthUp กับ BandwidthDown คือค่าความเร็วที่เราจะจำกัดให้ใช้สำหรับ Peer to Peer
หน่วยเป็น kbps  ผมตั้งไว้ไม่ให้ใช้เกิน 1 kbps  ( ใจดีจริงๆ Laughing )
แล้วด้านล่างลงไปก็ทำเครื่องหมาย / ตรง Bittorrent  ( ตัวอื่นผมไม่ได้ทำเครื่องหมาย คิดว่าคงไม่มีใครใช้สำหรับ Client ของผม )

หน้าจอถัดไป เป็นการเพิ่ม Priority ให้โปรโตคอลของเกมส์ Online  ถ้าใครจะอนุญาต ก็ทำเครื่องหมายซะ

หน้าต่อไป เป็นการ เพิ่ม หรือ ลด Priority ให้กับโปรแกรมอื่นๆ ถ้าจะใช้ก็ทำเครื่องหมาย / แล้วไปเลือกระดับ Priority ของแต่ละโปรแกรมได้เลย  ส่วนตัวผม ผมเลือกให้บางโปรแกรมมี Priority สูงกว่าค่า Default เช่น MSN , HTTP , กลุ่ม Mail , DNS เป็นต้น

เสร็จแล้วก็กด Finish

โปรแกรมก็ทำการ initializing หรือ ทำการเริ่มต้นใช้กฏที่เราเพิ่งตั้งค่าใหม่
รอซักครู่ แล้วก็ลองดูว่ายังมีปัญหาเกี่ยวกับ MSN อยู่อีกหรือเปล่า
ผมเพิ่งทำเมื่อตอนเช้าวันนี้  วันนี้ลองใช้ MSN ดู ยังไม่พบปัญหา ก็กำลังเฝ้าดูอาการอยู่  วันพรุ่งนี้มาลุ้นดูอีกทีครับ

pfSense Featues pfSense Firewall





pfSense ได้รวมเอาคุณสมบัติทั้งหมดของไฟร์วอลล์ในเชิงธุรกิจที่มีราคาแพง ข้างล่างเป็นคุณสมบัติของไฟร์วอลล์รุ่น 1.2.3 คุณสมบัติต่างๆสามารถจัดการได้ผ่านหน้าเว็บโดยไม่ต้องใช้คำสั่งที่เป็น command line ใดๆเลย

นอกจากนั้น ในส่วนของคุณสมบัติยังได้รวมข้อจำกัดของระบบเพื่อที่ผู้ใช้จะได้พึงระวัง จากประสบการณ์และการให้ความช่วยเหลือของผู้ใช้นับพันของเรา ทำให้เราเข้าใจเป็นอย่างดีว่าอะไรที่ซอฟต์แวร์ทำได้และทำไม่ได้ ทุกๆซอฟต์แวร์แพ็คเกจมีข้อจำกัด ที่ที่มีความเห็นแตกต่าง เราต้องสื่อสารกันให้เข้าใจ เรายินดีต้อนรับทุกๆคนที่ต้องการให้การช่วยเหลือเพื่อกำจัดข้อจำกัดเหล่านี้ ความแตกต่างหลายๆตัวเป็นเรื่องปกติสำหรับไฟร์วอลล์โอเพ่นซอร์สและไฟร์วอลล์ เชิงธุรกิจ ข้อจำกัดของรุ่น 1.2.3 ได้รับการแก้ไข้แล้วและจะอยู่ในบันทึกของไฟร์วอลล์รุ่นถัดไป

คุณสมบัติ

Firewall

  • Filtering by source and destination IP, IP protocol, source and destination port for TCP and UDP traffic
  • สามารถจำกัดจำนวนการเชื่อมต่อ (Connection) ต่อ Rule ได้
  • สามารถ Filter โดยใช้ระบบปฏิบัติการเป็นเงี้อนไขได้ เช่น อนุญาตให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น Linux ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ แต่ไม่อนุญาตให้เครื่องที่เป็น Windows ใช้งานอินเตอร์เน็ต
  • สามารถเซ็ตแ่ต่ละ Rule ให้เก็บหรือไม่เก็บ Log ได้
  • มีความยืดหยุ่นสูงในการทำ Policy Routing โดยสามารถเลือก Gateway ของแต่ละ Rule ได้ (สำหรับ Load balancing, Fail Over, Multi-WAN  เป็นต้น)
  • สามารถตั้งชื่อกลุ่มของ IP, เน็ตเวิร์ค หรือ พอร์ต ได้ ทำให้เข้าใจง่ายและสะอาดต่อการจัดการ Rule ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบที่มีหลายๆ Public IP และมีเครื่องเซิร์ฟเวอร์หลายๆเครื่อง
  • มีความสามารถทำ Transparent Layer 2 สามารถทำ Bridge และ Filter ระหว่าง Interface ได้
  • สามารถทำ Package Normallization ได้ Scrubbing เป็นการ Normalize package ที่มีความกำกวม ไม่ให้มีการตีความที่กำกวมเกิดขึ้นที่ปลายทาง Scrub ยังทำการ Reassemble package เพื่อป้องกันไม่ให้บางระบบปฏิบัติการถูกโจมตี และ Drop package ที่มี Flag ผิดปกติ
  • เปิดการใช้งานเป็นค่าปกติ (Enabled by default)
  • สามารถปิดใช้งานได้ ถ้าจำเป็น
  • สามารถปิดการใช้งานไฟร์วอลล์ได้ ถ้าต้องการให้ไฟร์วอลล์ทำหน้าที่เป็น Router

State Table

State Table ของไฟร์วอลล์ เป็นการคงไว้ของการเชื่อมต่อของในเน็ตเิวิร์คของคุณ pfSense มีคุณสมบัติมากมายในการควบคุมอนูของ State Table ขอบคุณสำหรับความสามารถนี้ของ OpenBSD pf
  • สามารถปรับขนาดของ State Table ได้ -- มี pfSense หลายตัวที่มีการใช้งานอยู่มี State Table หลายแสน ขนาด State Table ปกติคือ 10,000 แต่สามารถเพิ่มได้อย่างอิสระตามต้องการ แต่ละ State จะให้หน่วยความจำประมาณ 1 กิโลไบต์ ฉะนั้น พึงระลึกอยู่เสมอถึงการใช้งาน อย่าเซ็ตค่าให้สูงจนเกินไป
  • ในแต่ละ Rule สามารถ
    • จำกัดจำนวนการเชื่อมต่อ (Connection) ต่อเครื่อง
    • จำกัดจำนวน state ต่อ Host
    • จำกัดการเชื่อต่อใหม่ (new connection) ต่อวินาที
    • กำหนดการหมดเวลาของ state (state timeout)
    • กำหนดชนิดของ state
  • State Type--pfSense หลากหลายตัวเลือกในการจัดการกับ State
    • Keep state ใข้ได้กับทุกโปรโตคอล เป็นค่าปกติสำหรับทุก Rule
    • Modulate state ใช้ได้เฉพาะกับโปรโตคอล TCP pfSense จะสร้าง Initial Sequence Number (ISN) ในนาม host
    • Synproxy state เป็นการเข้ามาเชื่อมต่อ Proxy โดยใช้โปรโตคอล TCP ใช้เพื่อป้องกันเซิร์ฟเวอร์จากการ spoof TCP SYN floods ตัวเลือกนี้ได้รวมอยู่ในอยู่ใน Keep state และ Modulate State
    • None ไม่รักษา State ใดๆของการเชื่อมต่อ  ซึ่งหายากมาก แต่ก็มีให้ใช้ เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ข้อจำกัดบางสถานการณ์
  • State table optimization option - pf ได้เสนอตัวเลือก 4ตัวเลือกสำหรับ State Table Optimization
    • Normal - เป็นค่าปกติ
    • High latency - มีประโยชน์สำหรับ link ที่ช้า เช่น การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม สถานะการเชื่อมต่อมีอายุนานกว่าปกติ
    • Aggressive - สถานะการเชื่อมต่อมีอายุสั้น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของฮาร์ดแวร์ แต่จะ drop package ที่ดีไปด้วย
    • Conservative - พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการ drop package ที่ดี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการที่จะซื้อหน่วยความจำเพิ่มและใช้งาน CPU ให้เต็มประสิทธิภาพ

Network Address Translation (NAT)

  • การทำ Port forwarding แบบช่วงและแบบหลายๆ Public IP
  • 1:1 NAT สำหรับ IP เดียว หรือ สำหรับทั้ง Subnet
  • Outbound NAT
    • ค่า NATปกติสำหรับ Outbound trafic ทั้งหมด ถูก NAT ไปยัง IP ที่อยู่ฝั่ง WAN ในรูปแบบที่มีหลาย WaN ค่า NAT ปกติ จะถูก NAT ไปยัง IP ที่กำลังใช้งานฝั่ง WAN
    • การทำ  Outbound NAT ขั้นสูง ทำให้ค่า NAT ปกติถูกปิดการใช้งาน และเปิดการใช้งานการสร้าง NAT ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม (คือสามารถกำหนด Rule ที่ไม่ให้ทำ NAT ได้)
  • NAT Reflextion - ในการตั้งค่าบางครั้ง เป็นไปได้ที่ Service ที่เข้าถึงโดย Public IP สามารถเข้าได้จากเน็ตเวิร์คข้างใน

NAT Limitations

  • ข้อจำกัดของ PPTP และ  GRE สถานะของ Tracking Code ใน pf สำหรับโปรโตคอล GRE สามารถ Track ได้เพียงแค่ 1 Session ต่อ  Public IP หมายความว่า ถ้าคุณใช้ PPTP VPN มีเพียงแค่หนึ่งเครื่องเท่านั้นที่สามารถเชื่อมต่อไปยัง PPTP Server ที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต เครื่องหนึ่งพันเครื่องสามารถเชื่อมต่อกับหนึ่งพัน PPTP Server ที่แตกต่างกัน แต่เครื่องลูกข่ายหนึ่งเครื่องสามารถเชื่อมต่อกับ 1 PPTP Server เท่านั้น ดังนั้น ในการใช้งานจริงต้องใช้หลายๆ Public IP บนไฟร์วอลล์
  • ข้อจำกัดของ SIP โดยปกติ Trafic ของ TCP และ UDP ทั้งหมด นอกเหนือจาก SIP และ IP นำ Source Port มาเขียนใหม่ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก Static port documentation เนื่องจากการเขียน Source Port ขึ้นมาใหม่นี้เอง ทำให้ pf สามารถติดตามได้ว่าคอมพิวเตอร์ภายในเครื่องใหนได้ทำการเชื่อมต่อไปยัง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ภายนอก และ Trafic ของ SIPส่วนใหญ่ทั้งหมดใช้ Source port เหมือนกัน ฉะนั้น อุปกรณ์ SIP เพียงหนึ่งตัวเท่านั้นทีสามารถเชื่อมต่อไปยังเครื่อง Server ข้างนอกได้ ถ้าไม่แล้ว อุปกรณ์ SIP ของคุณต้องสามารถใช้ Port ที่เขียนขึ้นใหม่ได้ (ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้) ดังนั้น คุณไม่สามารถใช้โทรศัพท์หลายเครื่องเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ข้างนอก เครื่องเดียวกันโดยไม่ใช้ public IPหนึ่งเบอร์ต่อหนึ่งอุปกรณ์ sipproxy package เป็นคำตอบสำหรับปัญหานี้ ใน pfSense 1.2.2 และใหม่กว่า
  • ข้อจำกัดของ NAT Reflextion - NAT Reflection สามารถใช้ช่วงของ port ได้ไม่เกิน 500 ports และไม่สามารถเป็น NAT 1:1 ได้

Redundancy

CARP จาก OpenBSD อนุญาตให้ทำ Hardware Failover ได้ ไฟร์วอลลสองตัวหรือมากกว่า สามารถตั้งค่าให้เป้น Failover Group ได้ ถ้า interface ใดบนเครื่องหลัก (primary) ใช้งานไม่ได้ หรือเครื่องหลักเปลี่ยนสถานะเป็น Offline ไฟร์วอลล์ตัวที่สองก็จะ Active ขึ้นมา pfSense ได้รวมความสามารถให้การทำ Synchronization Configuration เข้ามาด้วย ดังนั้น เมื่อคุณเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆบนไฟร์วอลล์หลัก ค่าเหล่านั่นก็จะไปอยู่ในไฟร์วอลล์ตัวที่สองด้วยอัตโนมัติ
ด้วย pfSync ทำให้มั่นใจได้ว่า State ของไฟร์วอลล์จะถูก Replicate ไปยังทุกๆไฟล์วอลล์ทุกตัวที่ได้ตั้งค่าเป็น Failover หมายความว่า การเชื่อมต่อของคุณที่มีอยู่ยังคงมีต่อไปในกรณีไฟร์วอลล์หลักไม่สามารถทำงาน ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการเกิดปัญหาของระบบเครือข่าย

Limitations

  • Backup Firewall ไม่ได้ทำงาน (active-passive failover) ขณะนี้ยังไม่มี active-active clustering
  • Failover ไม่สามาถทำงานได้ในทันที จะใช้เวลาประมาณ 5 วินาที เพื่อสลับการทำงานไปยังไฟร์วอลล์ตัวที่สอง ระหว่างนี้จะไม่มี Trafic ผ่านออกไป แต่ state ที่มีอยู่ยังคงรักษาไว้ และจะใช้งานได้หลังจาก Failover พร้อมทำงาน

Load Balancing

Outbound Load Balancing

Outbound Load Balancing ใช้สำหรับไฟร์วอลล์ที่หลายๆ WAN, Trafic ที่ตรงไปยัง gateway หรือ Load Balancing Pool จะเป็นไปตาม Rule ที่ตั้งค่าไว้

Inbound Load Balancing

Inbound Load Balancing ใช้เพื่อกระจายโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์หลายๆตัว ซึ่งใช้กันทั่วไปกับ web server, Mail server และเซิร์ฟเวอร์ออื่นๆ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ตอบสนองต่อการ ping หรือ port connection จะถูกเอาออกไปจาก pool

Limitations

การกระจายงานอย่างละเท่าๆกันไปยังเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัวที่อยู่ใน pool การกระจายงานแบบไม่เท่ากันยังไม่สามารถทำได้ ณ เวลานี้

VPN

pfSense มีตัวเลือกสำหรับ VPN คือ IPSec, OpenVPN และ PPTP

IPsec

IPSec อนุญาตให้มีการเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์มาตราฐานที่สนับสนุน IPSec  ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อแบบ site-to-site ไปยัง pfSense อีกตัว Open Source Firewalls (m0n0wall) หรือไฟร์วอลล์ในเชิงธุรกิจอื่นๆ (Cisco,Juniper) นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้กับเครื่องลูกข่ายที่เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาได้ ด้วย

Limitations

  • NAT-T ไม่สามารถใช้งานได้จนกระทั่งถึงเวอร์ชัน 2 หมายความว่า เครื่องลูกข่ายแบบพกพาไม่สามารถใช้งานได้หากมีการใช้ NAT ข้อจำกัดนี้มีผลกับเครื่องลูกข่ายแบบพกพาเท่านั้น การใช้ OpenVPN และ PPTP เป็นคำตอบที่ดีกว่า
  • ความสารมารถอื่นของ IPSec จะไม่สามารถใช้ได้เมื่อถึงไฟล์วอลล์รุ่นที่ 2 เช่น PDP, XAuth, NAT-T และอื่นๆ

OpenVPN

OpenVPN มีความยืดหยุ่น และใช้ SSL VPN ซึ่งสนับสนุนระบบปฏิบัติการของเครื่องลูกข่ายที่หลากหลายกว่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ OpenVPN

PPTP Server

PPTP เป็นที่นิยมกันมากเนื่องจากเกือบทุกระบบปฏิบัติการได้รวมเอา PPTP Client รวมถึงระบบปฏิบัติการวินโดว์ ตั้งแต่ วินโดว์ 9 OSR2 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Wikipedia
pfSense Server สามารถใช้ฐานข้อมูลใน pfSense หรือบน RADIUS Server RADIUS Accounting ก็ใช้งานได้เช่นเดียวกัน Firewall Rule บน PPTP interface สามารถควบคุม trafic ที่มาจากเครื่องลูกข่ายได้

Limitations

เนื่องจากข้อจำกัดของ pf NAT เมื่อเปิดใช้งาน PPTP Server PPTP Client ไม่สามารถใช้ Public IP เดียวกันสำหรับการเชื่อมต่อ PPTP ออกไปข้างนอก หมายความว่า ถ้าคุณมี Public IP เพียงตัวเดียว และใช้ PPTP Server เครื่องลูกข่ายภายในจะไม่สามารถใช้งานได้ ถ้าจะใช้ต้องมี Public IP ตัวที่สองแล้วทำ NAT ขั้นสูง (Advance Outbound NAT) สำหรับเครื่องลูกข่ายภายในอื่นๆ

PPPoE Server

PPoE Server
pfSense ก็มี PPoE Server ด้วย สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน PPoE Protocal ดูได้ที่ Wikipedia สามารถทำ Autheticate กับรายชื่อผู้ใช้ใน pfSense ได้ การ Authenticate กับ RADIUS ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

Reporting and Monitoring

RRD Graphs

RRD Graphs ใน pfSense ทำหน้าเก็บประวัติข้อมูลของ
  • การทำงานของ CPU
  • Throughput
  • Firewall State
  • Throughput เดี่ยวๆของแต่ละ Interface
  • จำนวน Package ต่อวินาทีของ Interface ทั้งหมด
  • ระยะเวลาการตอบสนองของการ ping WAN
  • QoS

Real Time Information

ประวัติข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ แต่บางครั้งการได้เห็นข้อมูลข่าวสารขณะที่กำลังเกิดขึ้นจริง (real time) ก็สำคัญกว่า
SVG graphs สามารถแสดง Throughput ในขณะที่กำลังเกิดขึ้นของแต่ละ Interface
สำหรับ QoS คุณสามารถเห็นคิวของแต่ละ QoS ได้เลย

Dynamic DNS

Dynamic DNS Client ยอมให้คุณลงทะเบียน IP กับผู้ให้บริการ Dynamic DNS
  • DynDNS
  • DHS
  • easyDNS
  • No-IP
  • ODS.org
  • ZoneEdit

Limitations

  • ใช้ได้เฉพาะ WAN Interface หลายๆ WAN สามารถใช้ได้ในเวอร์ชั่น 2
  • สามารถอัปเดทได้เพียง 1 Account ต่อหนึ่งผู้ให้บริการ เวอร์ชั่น 2.0 ไม่จำกัดจำนวน Account
  • ใช้ได้เมื่อ pfSense กำหนด Public IP ให้กับ WAN interface ถ้าคุณมีโมเด็มซึ่งเป็นตัวรับ Public IP และกำหนด Private IP ให้กับ pfSense, Private IP นั้นก็จะถูกลงทะเบียนไว้กับผู้ให้บริการ ในเวอร์ชั่น 2.0 จะมีตัวเลือกให้ตรวจสอบ Public IP ก่อนที่จะลงทะเบียน IP กับผู้ให้บริการ

Captive Portal

Captive Portal อนุญาตให้คุณบังคับให้ Authenticate หรือทำการ Redirect ไปยังเว็บเพจเพื่อให้คุณคลิกเพื่อที่จะผ่านเน็ตเวิร์คออกไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับ Hot Spot แต่ก็สามารถนำไปใช้ได้กับเน็ตเวิร์คขององค์กรเพื่อระดับความปลอดภัยบนเครือ ข่ายไร้สาย หรือ การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ Captive Portal สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia รายการดังต่อไปนี้เป็นความสามารถของ Captive Portal ใน pfSense
  • Maximum concurrent connection -- จำกัดจำนวนการเชื่อมต่อต่อของ IP ของเครื่องลูกข่าย คุณสมบัตินี้เป็นการป้องกัน Denial of Service จากเครื่องลูกข่ายที่ส่ง trafic อย่างต่อเนื่องปราศจากการ authenticate หรือคลิกที่เว็บเพจที่ Redirect ไป
  • Idle timeout - ตัดการเชื่อมต่อเมื่อไม่มีการใช้งานในเวลาที่กำหนด
  • Hard timeout - ตัดการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาที่กำหนด
  • Logon pop up window - เป็น pop up window ที่มีปุ่ม log off
  • URL Redirection - หลังจากการ Authenticate หรือคลิกบนเว็บเพจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราสามารถ Redirect ไปยังเว็บเพจที่เรากำหนดไว้ได้
  • MAC Filter - สามารถ filter โดยใช้ MAC Address
  • Authentication Option - มีสามตัวเลือกในการทำ authentication
    • No authentication - หมายความว่า ผู้ใช้เพียงแค่คลิกในหน้าที่ Redirect ไป โดยที่ไม่ต้องให้รหัสผ่านแต่อย่างใด
    • Local user manager - สามารถใช้ฐานข้อมูลผู้ใช้ใน pfSense ได้
    • RADIUS authentication - เป็นวิธีการที่แนะนำสำหรับผู้ใช้ในองค์กรและ ISP สามารถ Authenticate กับ Microsoft Active Directory และ RADIUS Server หลายๆตัว
  • ความสามารถของ RADIUS
    • บังคับให้ทำการ Re-authenticate
    • สามารถส่ง Accounting Update ได้
    • RADIUS MAC authentication อนุญาตให้ Captive Portal authenticate ไปยัง RADIUS server โดยใช้ MAC address ของเครื่องลูกข่ายเสมือนเป็น User Name และ password
    • อนุญาตให้ทำ Redundant RADIUS server ได้
  • HTTP or HTTPS - Portal page สามารถตั้งค่าให้เป็น HTTP หรือ HTTPS ได้
  • Pass-through MAC and IP Address - MAC และ IP address สามารถทำการบายพาสได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ใดก็ตามที่ใช้ NAT port forwarding จะต้องทำการบายพาส
  • File Manager - อนุญาตให้อัปโหลดภาพเพื่อใช้ใน Portal Page ได้

Limitations

  • สามารถทำงานได้เพียงแค่หนึ่ง Interface
  • Reverse portal เช่น การ capture trafic จากอินเตอรืเน็ตและเข้าสู่เน็ตเวิร์คของคุณไม่สามารถทำได้
  • เฉพาะ IP และ  MAC Address เท่านั้นที่สามารถ Filter ได้ ไม่สามารถทำกับโปรโตคอลหรือพอร์ตได้
  • ปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถใช้กับ Rule ที่มีหลายๆ WAN ได้ เราหวังว่าจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ในเวอร์ชัน 2.0

DHCP Server and Relay

pfSense ได้รวมเอา DHCP Server และ Relay เข้ามาด้วย
 

Pfsense Thailand Copyright © 2011-2012 | Powered by Blogger